วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

'คมนาคม' เตรียมทุ่มพันล้าน อุ้มต้นทุนเชื้อเพลิง 'ขนส่งสาธารณะ'

'คมนาคม' เตรียมทุ่มพันล้าน อุ้มต้นทุนเชื้อเพลิง 'ขนส่งสาธารณะ'

“สิริพงศ์” เดินหน้าสู่แผนเปลี่ยนผ่าน EV ภาคขนส่ง ลุยหารือ “คลัง” ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หลังล้มโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ระบุเตรียมสานต่อ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เฟส 2 ชงของบ 1,000 ล้านบาท หนุนค่าเชื้อเพลิง ขยายครอบคลุมกลุ่มแท็กซี่ จ่อเปิดลงทะเบียนเร็วๆ นี้ เพื่อเริ่มจ่ายเงินสนับสนุนภายใน ก.ย.นี้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แม้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจะประกาศยกเลิกโครงการรถเก่าแลกรถใหม่สำหรับประชาชนแล้ว แต่ในส่วนของกระทรวงคมนาคมยังคงมีนโยบายผลักดันการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างมากและใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก แม้ไม่ได้เดินหน้าในรูปแบบรถเก่าแลกรถใหม่ แต่จะเดินหน้าจัดทำในโครงการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะสู่พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ดี การเดินหน้าโครงการดังกล่าวจะใช้เครื่องมือเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีรถเก่าหมดอายุใช้งานในแต่ละหมวดภาคขนส่ง อาทิ รถมินิบัส รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์ และรถแท็กซี่ นำรถยนต์ที่ให้บริการอยู่นั้นมาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า โดยภาครัฐจะมีมาตรการสนับสนุนลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น การลดภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือการช่วยเหลือในด้านสินเชื่อต่างๆ  ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง

“ปัญหาหลักที่ผ่านมาคือผู้ประกอบการขาดเงินทุนในการเปลี่ยนรถ แม้รถจะเสื่อมสภาพแต่ก็ยังต้องวิ่งอยู่บนท้องถนน นโยบายใหม่นี้จึงจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องทุนทรัพย์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนจากรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นขนส่งพลังงานสะอาด และไม่เป็นภาระต่อผู้ประกอบการ คาดว่าโครงการนี้จะได้เห็นภาพชัดเจนภายในช่วง ส.ค. - ก.ย.นี้”

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้โครงการเปลี่ยนผ่านขนส่งสาธารณะสู่พลังงานสะอาด กระทรวงฯ ยังมีโครงการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่งจากผลกระทบด้านพลังงาน ระหว่างที่รัฐบาลยังอยู่ในช่วงผลักดันโครงการอื่นๆ โดยเตรียมสานต่อโครงการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เฟส 2 ช่วยเหลือกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งผลลัพธ์จากมาตรการช่วยเหลือนี้จะทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และไปกระทบต่อราคาค่าโดยสารของประชาชน

“จากผลการดำเนินงานเฟสแรกของโครงการ DLT พร้อมซัปพอร์ต พบว่าสามารถช่วยลดค่าดัชนีขนส่งลงได้ ประเมินจากในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 40% แต่ค่าขนส่งขยับขึ้นไม่ถึง 10% ถือได้ว่าผลลัพธ์จากมาตรการนี้ทำให้ลดผลกระทบของผู้ประกอบการและประชาชน”

ทั้งนี้ กระทรวงฯ คาดว่าจะสามารถเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ DLT พร้อมซัปพอร์ต เฟส 2 จะเปิดลงทะเบียนเร็วๆ นี้ เพื่อให้เริ่มดำเนินการชดเชยได้ไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ หรือภายในเดือน ก.ย.นี้ โดยการลงทะเบียนรอบนี้จะขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมไปถึงกลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซหุงต้มที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน เบื้องต้นประเมินว่าจะต้องใช้วงเงินเยียวยาราว 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเสนอจัดใช้จากงบกลาง หรือจากวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท