วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

TSEA ห่วงเหล็ก IF กระทบความปลอดภัย ชงแยก มอก.จำกัดใช้เฉพาะอาคารเล็ก

TSEA ห่วงเหล็ก IF กระทบความปลอดภัย ชงแยก มอก.จำกัดใช้เฉพาะอาคารเล็ก

จากกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม มีคำสั่งวันที่ 5 มิ.ย. 2569 อนุญาตให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง สามารถกลับมาประกอบกิจการ โรงงานผลิตเหล็กเส้น และเหล็กรูปพรรณ ได้ตามปกติภายหลังโดยกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดปรับปรุงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งกรมโรงงานฯ ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงโรงงานถูกต้องตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

รายงานข่าวระบุว่า บริษัทผลิตเหล็กดังกล่าวได้ถูก "ทีมสุดซอย" สมัยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหลายด้าน ทั้งสินค้าเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มลพิษจากกระบวนการผลิตสูงกว่าค่าควบคุมตาม พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาความปลอดภัยในสถานประกอบการ จนกระทั่งถูกสั่งปิดดำเนินการผ่านมาตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้ง 2 ท่านคือ นายเอกนัฏ และนายธนกร วังบุญคงชนะ 

ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ประเด็นข้อกังวลต่อคุณภาพเหล็กเส้นที่ผลิตจากเตาหลอมแบบความถี่ไฟฟ้า หรือเตา IF (Induction Furnace) ว่า ในกลุ่มวิศวกรยังคงมีความกังวลอย่างต่อเนื่องในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร 

อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าเหตุการณ์อาคารพังทลายบางแห่งเกิดจากเหล็กชนิดนี้โดยตรง แต่ในเชิงคุณภาพและการได้มาตรฐานยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

ชี้ข้อจำกัดทางเทคนิค "เตา IF" กำจัดสารเจือปนยาก

นายอมร กล่าวว่า ในทางทฤษฎีการผลิตเหล็กให้ได้คุณภาพจากเตา IF นั้นสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัตินั้นทำได้ยาก เนื่องจากเตาประเภทนี้มีข้อจำกัดสำคัญคือ กระบวนการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำเหล็กทำได้ลำบาก หากวัตถุดิบซึ่งเป็นเศษเหล็กมีธาตุเจือปน เช่น ฟอสฟอรัส หรือสารอื่น ๆ ในปริมาณมาก และไม่สามารถกำจัดออกได้หมด จะส่งผลให้คุณภาพเหล็กที่ได้มีความเปราะและไม่ดีเท่าที่ควร

หากต้องการให้เหล็กจากเตา IF มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีกระบวนการเพิ่มเติม คือต้องใช้เตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace - LF) และต้องคัดสรรวัตถุดิบเศษเหล็กที่มีคุณภาพสูง 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเตาปรุงน้ำเหล็กมีต้นทุนที่สูงมาก ซึ่งจะทำให้ข้อได้เปรียบด้านราคาถูกของเหล็กเตา IF หมดไปเมื่อเทียบกับเหล็กที่ผลิตจากเตาไฟฟ้า (EAF) ที่เป็นมาตรฐานสากล

บทเรียนจากจีน สั่งปิดเหล็กเตา IF ไปหมดแล้ว

จากข้อมูลพบว่า ประเทศจีนซึ่งเคยเป็นผู้ใช้เตา IF รายใหญ่ ได้ประกาศยกเลิกการใช้เตาประเภทนี้ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างไปตั้งแต่ช่วงปี 2558-2559 โดยมีการสั่งปิดโรงงานทั้งหมด เนื่องจากตระหนักถึงปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาว่าในขณะที่ประเทศต้นทางเทคโนโลยีอย่างจีนยกเลิกไปแล้ว แต่ในประเทศไทยยังคงมีการอนุญาตให้ใช้งานอยู่ 

แนะแยกมาตรฐาน มอก. และจำกัดการใช้

ดร.อมร เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่า ควรมีการแยกมาตรฐาน มอก. สำหรับเหล็กที่ผลิตจากเตา IF ออกมาให้ชัดเจน ไม่ควรนำมาปะปนกับเหล็กมาตรฐานทั่วไป พร้อมระบุขอบเขตการใช้งานอย่างเคร่งครัด เช่น

1. อนุญาตให้ใช้เฉพาะอาคารขนาดเล็ก หรืออาคารที่สูงไม่เกิน 2 ชั้น และไม่อยู่ในเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว 

2. ห้ามใช้โดยเด็ดขาด กับอาคารที่ความความสูง รวมถึงโครงสร้างสะพานขนาดใหญ่ และโครงสร้างสาธารณะที่มีความสำคัญสูง

"เราไม่ควรเน้นเหล็กราคาถูกสำหรับโครงสร้างที่สำคัญ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญกว่ามาก โดยเฉพาะการรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวหรือน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นตามการใช้งาน" ดร.อมร กล่าว

ช่องโหว่การตรวจสอบ ประชาชนรับความเสี่ยง

นอกจากนี้ ดร.อมร ยังแสดงความกังวลถึงกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐ โดยระบุว่า สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อาจมีกำลังคนไม่เพียงพอในการตรวจติดตามโรงงานอย่างทั่วถึง ซึ่งมีความเสี่ยงว่าตัวอย่างเหล็กที่ส่งไปตรวจเพื่อให้ได้ใบรับรอง มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อาจเป็นเหล็กที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดีเป็นพิเศษ แต่เหล็กที่ผลิตขายจริงสู่ท้องตลาดอาจไม่ได้คุณภาพตามนั้น

ทั้งนี้ ที่สำคัญคือ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเหล็กเส้นที่ซื้อมาผลิตจากเตาประเภทใด เนื่องจากเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่ดูได้ยาก แม้จะมีตัวนูนระบุบนเนื้อเหล็กก็ตาม ทางสมาคม TSEA จึงทำได้เพียงส่งสัญญาณเตือนไปยังวิศวกรและผู้รับเหมาให้ระมัดระวังในการเลือกใช้เหล็ก ขณะที่หน่วยงานรัฐบางแห่ง เริ่มมีการออกข้อกำหนดภายในห้ามใช้เหล็กจากเตา IF ในโครงการของตนเองแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สมอ. อยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นซึ่งใช้เวอร์ชันปี 2559 มานาน โดยคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทางสมาคมฯ เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะเร่งผลักดันการแยกมาตรฐานและการระบุขอบเขตการใช้งานให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว