วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งกระทรวงการคลังมองเป็นเวทีระดับโลกที่สร้างโอกาสทองของไทยในการนำเสนอศักยภาพและโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย

ขณะที่การประชุมครั้งนี้ไทยกำหนดแนวคิดหลักในฐานะประเทศเจ้าภาพ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เป็นแนวคิด New Horizons หรือขอบฟ้าใหม่ของไทย เพื่อชี้ถึงอนาคตการพัฒนาที่ไม่อาจวัดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องเติบโตที่เข้มแข็งจากภายใน ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้สอบถามความเห็นผู้นำองค์กรธุรกิจถึงข้อเสนอแนวคิดการสร้าง New Horizons ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะถัดไป

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ไทยยังมีจุดเด่นด้านความมั่นคงทางอาหารที่ทั่วโลกมองไทยเป็นแหล่งอาหารสำคัญและมั่นคงที่สุดแห่งหนึ่ง สะท้อนจากความสำเร็จของงาน THAIFEX ครั้งล่าสุดที่ขยายพื้นที่จัดงานและได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมหาศาล

“ความมั่งคงอาหารถือเป็นจุดยืนของไทยที่ชัดเจนมาก ทุกคนมองไทยเป็นพันธมิตรที่จะช่วยในธุรกิจอาหารได้ดีเยี่ยม โดยความคืบหน้าของความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มสำเร็จช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ยุโรปเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทยเพื่อกระจายแผนงานไปทั่วอาเซียน" นายประสิทธิ์ กล่าว

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ถึงแม้ไทยจะมีจุดเด่นหลายด้านที่สามารถยกระดับขึ้นมาได้ แต่อีกจุดที่ต้องมองอย่างใกล้ชิดเป็นศักยภาพของเวียดนามที่ได้เปรียบด้านโครงสร้างประชากรที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 30 ปี และขนาดตลาดใหญ่กว่าไทยเกือบเท่าตัว ประกอบกับรัฐบาลเวียดนามที่มุ่งเน้นการจัดการปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ทำให้ปัจจุบันมีนักลงทุนรายใหญ่จากต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก

ในขณะที่ไทยยังประสบปัญหากฎระเบียบที่ซับซ้อนและทัศนคติที่มักแยกส่วนระหว่างทุนใหญ่กับ SME จึงเสนอว่าไทยควรนำโมเดลแบบญี่ปุ่นมาใช้ คือให้บริษัทขนาดใหญ่เป็นผู้นำและสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่เชื่อมโยงกับสถาบันการเงินและซัพพลายเออร์รายย่อย เพื่อให้ธุรกิจทุกระดับอยู่รอดและแข่งขันได้ในระดับสากล

"ไทยผ่านช่วงเวลายากลำบากที่สุด ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมาแล้ว โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มีแนวโน้มเบาบางลง จากนี้เชื่อว่าการบริหารจัดการที่ดีจะสนับสนุนการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และพลังงานสะอาด ที่จะเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ให้ประเทศ"

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

“เศรษฐกิจชีวภาพ”คำตอบหลักของไทย

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า New Horizon หรือขอบฟ้าใหม่เศรษฐกิจไทยอยู่ท่ามกลางวิกฤติพลังงานที่โลกต้องการทางเลือกใหม่ โดยเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy) เป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ประเทศไทยได้แท้จริงที่สุด 

สำหรับแนวคิดดังกล่าวเป็นแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงวางรากฐานไว้เมื่อ 30-40 ปีก่อน

สำหรับจุดแข็งของเศรษฐกิจชีวภาพคือการสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)ภายในประเทศอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ  ประกอบด้วย

1.ต้นน้ำ การส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ 2.กลางน้ำ การนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นน้ำมันและพลังงานชีวภาพ และ 3. ปลายน้ำ การต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ไบโอพลาสติก (Bioplastic), ไบโอคอสเมติก (Biocosmetic) และไบโอเมดิซีน (Biomedicine)

“การสร้างสายคุณค่าที่ยาวขนาดนี้ จะทำให้เม็ดเงินและมูลค่าเพิ่มทั้งหมดหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ซึ่งจะเป็น New Horizon ที่เราควรโปรโมทอย่างจริงจัง” นายชัยวัฒน์ กล่าว

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

ไทย Safe Haven ดึงกลุ่มพักยาว-Wellness

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับไทยเพราะต้องเผชิญวิกฤติพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ทุกธุรกิจอยู่ภายใต้แรงกดดันสูง โดยทำให้ผู้ประกอบการทบทวนแผนการลงทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรและให้คงเดินหน้าต่อได้

แม้จะมีวิกฤติแต่ยังมองเห็น New Horizon หรือโอกาสใหม่ของประเทศไทยในฐานะ Safe Haven หรือพื้นที่ปลอดภัยของโลก โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวหนีภัยสงครามเดินทางมาพักผ่อนในไทยจำนวนมาก เห็นได้จากตัวเลข 5 เดือนแรกที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปเพิ่มขึ้นประมาณ 8% ขณะที่กลุ่มตะวันออกกลางลดลงจากผลกระทบของสงคราม

“เราต้องเลิกนับเป้าหมายที่จำนวนหัวนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพราะพฤติกรรมตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นการพำนักระยะยาว (Long Stay) ซึ่งแม้ตัวเลขจำนวนคนจะไม่พุ่งสูง แต่ตัวเลขการใช้จ่ายหรือ Spending จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยธุรกิจที่จะเติบโตได้ดีคือกลุ่ม Resort, Wellness และ Healthcare ซึ่งสอดรับกับเทรนด์โลกทั้งด้าน EV, พลังงานหมุนเวียน และ AI” หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ กล่าว

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

เสนาฯ แนะปรับเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการเห็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่ามาตรการทางเศรษฐกิจชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ การลดขั้นตอนราชการ การสร้างความโปร่งใส และการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง 

นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง และยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความหวังและความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากคนยังไม่เชื่อมั่นในอนาคต มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ ก็อาจเห็นผลได้จำกัด” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันเผชิญปัญหารอบด้านทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอ ความไม่มั่นใจในอนาคต และเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ช่วยบรรเทาผลกระทบระยะสั้นได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอต่อการฟื้นความเชื่อมั่นในระยะยาว

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

ชู 6 อุตสาหกรรมดันไทยผงาดเวทีโลก

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงโอกาสของประเทศในการเข้าสู่กระแสการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือโอกาสการขับเคลื่อนให้ไทยเข้าสู่ “ขอบฟ้าใหม่” (New Horizon) ว่าไทยเข้าสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมใหม่โดยใช้เวทีระดับโลกเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน

ทั้งนี้ภายใต้แนวคิดน่านฟ้าใหม่ เศรษฐกิจไทยจะถูกขับเคลื่อนด้วย 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเชื่อมั่นว่าทั้ง 6 กลุ่มนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่สร้างผลประโยชน์มหาศาลให้แก่ประเทศไทยในอนาคต

ขณะนี้ ส.อ.ท.ให้ความสำคัญการวางรากฐานเรื่องเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI มาก โดย ส.อ.ท.มีนโยบายหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Intelligent Industry) โดยนำ AI และนวัตกรรมเข้ามาใช้ในระบบการผลิต

สำหรับกระแสดาต้าร์เซ็นเตอร์ที่มีข้อกังวลการใช้ทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำ แต่ ส.อ.ท.มองเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญที่จำเป็นในการเป็นฐานรากเพื่อสร้างเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ ซึ่งหากบริหารจัดการได้ตรงตามความต้องการของประเทศจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง

New Horizon ดันไทยผงาด 6 CEO ชงวิชั่นอนาคตเศรษฐกิจประเทศ

Longivity & Wellness โอกาสใหม่

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะความกังวลต่อวิกฤตการณ์พลังงานและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ

ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของประชาชนที่ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 จะเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” เข้ามาช่วยประคองการบริโภคในระยะสั้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ SME รายย่อยทั่วประเทศก็ตาม

ท่ามกลางวิกฤติยังมองเห็นโอกาสในการพิกโฉมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ผ่าน BOI ในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center ที่มีมูลค่าการลงทุนหลายแสนล้านบาท และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เป็นโอกาสทองสำหรับ SME ฐานรากจริงๆ คือ Longivity หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ภาคเกษตรกรรมไทยต้องถึงเวลาปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เลิกตั้งเป้าหมายเพียงการเป็นแชมป์ส่งออกข้าวอันดับ 1 แต่เกษตรกรยังยากจนและมีหนี้สิน โดยต้องเปลี่ยนไปสู่ “เกษตรแปรรูปมูลค่าเพิ่ม” ทั้งในภาคประมง ปศุสัตว์ และพืชผล เพื่อเพิ่ม Productivity และสร้างรายได้ยั่งยืน

แนะสร้าง Green Energy เต็มรูปแบบ

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาด (Clean Energy) เป็นหลัก สมาพันธ์ฯ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) โดยลดสัดส่วนพลังงานฟอสซิลและเร่งผลักดันโซลาร์ฟาร์มชุมชนและในนิคมอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการสร้าง Ecosystem ของพลังงานสะอาดในประเทศ โดยส่งเสริมให้ใช้ Material หรือแผงโซลาร์ที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทย (Local Content) มากที่สุด เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ และสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมพลังงานในไทยอย่างแท้จริง