วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ชงบอร์ดประชารัฐฯ ทบทวนเกณฑ์ลดหย่อนพ่อแม่ ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐ

บอร์ดประชารัฐฯ จ่อทบทวนเกณฑ์ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ปมเงื่อนไขลดหย่อนภาษีบิดามารดาตามข้อสั่งการนายกฯ ย้ำเป้าหมายหลักมุ่งสกัดคนจนไม่จริงแฝงตัวรับสิทธิ์ พร้อมจับมือมหาดไทยและ พม. ปูพรมค้นหากลุ่มเปราะบางที่ตกหล่นให้เข้าถึงสวัสดิการรัฐ

KEY POINTS

  • คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ เตรียมทบทวนเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขสิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา
  • การทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการรั่วไหลของสวัสดิการ ให้เงินช่วยเหลือส่งตรงถึงกลุ่มคนยากจนจริง และลดจำนวนผู้ที่ไม่จนจริงในระบบ
  • การพิจารณาเกณฑ์ใหม่เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและเพื่อตอบสนองต่อเสียงสะท้อนและข้อกังวลที่เกิดขึ้นในสังคม
  • รัฐบาลจะพัฒนาระบบการคัดกรองให้แม่นยำขึ้นโดยใช้ฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลภาษี เพื่อให้งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

วันที่ 8 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน จะมีการทบทวนเกณธ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกฯ โดยเฉพาะเงื่อนไขสิทธิ์การลดหย่อนภาษี ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และหากมีกำหนดการประชุมที่ชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป 

"การพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม โดย สศค. เป็นหนึ่งในกรรมการ และยังมีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน"

โฆษกกระทรวงการคลังอธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นั้นเป็นสวัสดิการแบบเฉพาะเจาะจงที่รัฐบาลตั้งใจพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ยากจนและยากลำบากมากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากระบบสวัสดิการแบบถ้วนหน้า เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือการดูแลเยาวชน 

ซึ่งที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าระบบการคัดกรองมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังมีปัญหาการรั่วไหล หรือมีผู้ที่ไม่จนจริงหลุดรอดเข้ามาใช้สิทธิ์ รัฐบาลจึงต้องพัฒนาฐานข้อมูลต่างๆ ให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เช่น การใช้ฐานข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร เพื่อคัดกรองให้เม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดท่ามกลางภาวะวิกฤตที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการลงทะเบียนรอบใหม่ไม่ได้มีเพียงแค่การสกัดกั้นการรั่วไหลเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคนตกหล่นไปพร้อมกันด้วย โดยในครั้งนี้รัฐบาลได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยดูแลกลุ่มเป้าหมายที่ไม่สะดวกเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเอง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานจะลงพื้นที่สำรสวจเพื่อดึงผู้ที่ตกหล่นให้เข้าสู่ระบบ

สำหรับประเด็นความไม่สบายใจและข้อกังวลที่เกิดขึ้นในสังคม โฆษกกระทรวงการคลังระบุว่า เมื่อมีข้อสั่งการและมีเสียงสะท้อน รัฐบาลก็พร้อมที่จะทบทวนตามขั้นตอน โดยยืนยันว่าเป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการทำให้ตัวเลขการรั่วไหลลดลงน้อยที่สุด ในขณะที่ผู้ที่ยากลำบากและตกหล่นจะต้องเข้ามาอยู่ในระบบได้มากขึ้น ซึ่งกระบวนการทำนโยบายสาธารณะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

ส่วนผู้ที่อาจเสียสิทธิ์จากโครงการในรอบนี้เนื่องจากมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ยังมีโครงการและสิทธิ์อื่นๆ คอยให้การช่วยเหลือดูแลอยู่ ทั้งในส่วนของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40