ไทย-ญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงกรอบ JTEPA ครั้งที่ 16 ปลดล็อกส่งออกส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งและทับทิมสยามบุกตลาดญี่ปุ่นภายในปี 2569 เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ควบคู่การดึงเทคโนโลยีและโมเดล BCG พลิกโฉมภาคเกษตรไทย
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ในการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วย เกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง ครั้งที่ 16 (the 16th Meeting of Sub-Committee on Agriculture, Forestry and Fisheries (AFF) under Japan-Thailand Economic Partnership Agreement (JTEPA) โดยมี ดร.ฮางิวาระ ฮิเดกิ Counsellor, Deputy Director-General for Environment, Export and International Affairs Bureau กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ณ จังหวัดภูเก็ต
ในการประชุมฯ ครั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ได้แก่ (1) ผลประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร ครั้งที่ 16 ซึ่งไทยสามารถขยายตลาดส่งออกส้มโอไปยังญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง และพันธุ์ทับทิมสยาม
โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2569 ไทยจะสามารถส่งออกส้มโอสายพันธุ์ใหม่ทั้งสองสายพันธุ์ไปยังญี่ปุ่นได้ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นจะสามารถส่งออกผลส้มจากพื้นที่ใหม่มายังไทยได้เช่นกัน และ (2) ผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านความปลอดภัยอาหารและด้านการเชื่อมโยงสู่ท้องถิ่น ครั้งที่ 16
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินความร่วมมือจากผลการประชุมที่ผ่านมา อาทิ ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และการวิจัย เป็นต้น พร้อมนำเสนอโครงการที่เสนอใหม่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายญี่ปุ่นตามกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน
โดยปี 2570 ฝ่ายญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง ภายใต้ความตกลง JTEPA ครั้งที่ 17 รวมถึงการประชุม High-Level Committee on Development (HLCD) ครั้งที่ 5 ณ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการสานต่อไป
“ภาคการเกษตรทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและความมั่นคงทางอาหาร โดยประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ – หมุนเวียน – สีเขียว (BCG Economy Model)
ดังนั้น การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านมาตรการเกษตร และด้านการเป็นหุ้นส่วนระบบเกษตรและอาหารในภูมิภาคอาเซียน ในการประชุมครั้งนี้ จะส่งผลต่อการพัฒนาภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน”

