วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ไทย' เร่งอัปสกิลคนรับ AI-เซมิคอนดักเตอร์ ดันอุตสาหกรรม 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ท่ามกลางกระแสการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเห็นตรงกันว่า ปัจจัยที่จะกำหนดความสำเร็จของประเทศไทยในระยะยาวไม่ได้อยู่ที่การมีโรงงานหรือเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่คือการพัฒนากำลังคนที่สามารถรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างแท้จริง

ภายในงานเสวนาเชิงเทคนิค THPCA Conference: Engineering Solutions Through Failure Analysis ซึ่งจัดโดยสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Printed Circuit Association: THPCA) ผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรม PCB, EMS, AI Infrastructure และ Semiconductor Packaging ได้สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าเทคโนโลยีระดับโลก

นายเสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) และประธาน บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิต PCB ระดับโลกเข้ามาลงทุนแล้วมากกว่า 50 บริษัท ส่งผลให้กำลังการผลิตของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าการผลิตและส่งออก PCB ในปี พ.ศ. 2567 อยู่ที่ประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าสู่ระดับ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 3-4 ปีข้างหน้า

การขยายตัวดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มวิศวกร ช่างเทคนิค และบุคลากรทักษะสูง ซึ่งคาดว่าจะต้องการมากถึง 45,000 ตำแหน่ง จากความต้องการกำลังคนรวมกว่า 180,000 คนในช่วง 3 ปีข้างหน้า

“อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ไม่ใช่ภาพจำของโรงงานแบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นอุตสาหกรรมที่อยู่เบื้องหลัง AI Server ระบบอวกาศ เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลก” นายเสวกกล่าว

'ไทย' เร่งอัปสกิลคนรับ AI-เซมิคอนดักเตอร์ ดันอุตสาหกรรม 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ด้านนายพัลลภ ตั้งบวรพิเชฐ ผู้อำนวยการวิศวกรรม บริษัท แซนมินา-ไซ ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสมัยใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง ทำให้ปัญหาความเสียหายจำนวนมากไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจสอบทั่วไป แต่ซ่อนอยู่ภายในโครงสร้างของแผงวงจร ซึ่งจำเป็นต้องใช้กระบวนการ Failure Analysis หรือการวิเคราะห์ความเสียหายเชิงลึก

“องค์กรที่สามารถเข้าใจกลไกความล้มเหลวของผลิตภัณฑ์ได้ก่อน ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะสามารถป้องกันความเสียหายและรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ในระยะยาว” นายพัลลภ กล่าว

 

'ไทย' เร่งอัปสกิลคนรับ AI-เซมิคอนดักเตอร์ ดันอุตสาหกรรม 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่ บริษัท ซิเลซติกา (ประเทศไทย) จำกัด สะท้อนภาพอีกมิติหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ผ่านความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก โดย นายอะนัก ชอบธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมการทดสอบ นางสาวณัฐพร พันธุ์รังสี ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมกระบวนการผลิต และนายพิทักษ์ ขายมณี วิศวกรอาวุโสระดับหัวหน้า ฝ่ายวิศวกรรมกระบวนการผลิต (ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ความเสียหาย) กล่าวว่า ฮาร์ดแวร์ AI รุ่นใหม่กำลังเผชิญความท้าทายด้านวิศวกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งความเร็วของการส่งข้อมูล การจัดการความร้อน และความหนาแน่นของพลังงานในระบบ

ปัจจุบันระบบ AI ระดับ Data Center ต้องรองรับการส่งข้อมูลความเร็วสูงระดับ 200G และใช้พลังงานมากกว่า 2,000 วัตต์ต่อชุด ส่งผลให้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรม

“ความรู้ด้าน Failure Analysis จึงไม่ได้เป็นเพียงทักษะสำหรับแก้ปัญหา แต่กลายเป็นหนึ่งในหัวใจของการพัฒนาเทคโนโลยี AI ยุคใหม่” 

'ไทย' เร่งอัปสกิลคนรับ AI-เซมิคอนดักเตอร์ ดันอุตสาหกรรม 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์

ในฝั่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ นางสาวยุวดี แก้วสาทร ผู้จัดการฝ่าย Failure Analysis and Reliability Test บริษัท ยูแทคไทย จำกัด กล่าวย้ำว่า ชิปสมัยใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยี Stacked Die, Flip Chip และ System-in-Package (SiP) ที่รวมฟังก์ชันจำนวนมากไว้ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งชิปต้องมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 15-30 ปี และผ่านมาตรฐานความน่าเชื่อถือที่เข้มงวดระดับโลก การวิเคราะห์ความเสียหายจึงมีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

“ทุกความล้มเหลวมีต้นเหตุ และการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงให้พบ คือกระบวนการสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน” นางสาวยุวดี กล่าว

วิศวกรผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า การยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อเร่งพัฒนากำลังคนและสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีที่ครบวงจร รองรับการลงทุนในกลุ่ม PCB, Semiconductor, AI และ Advanced Electronics ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวจะถูกต่อยอดและขยายผลใน งานแสดงสินค้าและบริการวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย หรือ Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค. 2569 ณ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Innovating PCB and Advanced Electronics with Next-Gen Packaging” โดยภายในงานจะมีการจัดสัมมนาและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมากกว่า 50 หัวข้อ ครอบคลุมตั้งแต่ PCB, PCBA, EMS, Semiconductor, AI Infrastructure, Advanced Packaging, EV Electronics และเทคโนโลยีแห่งอนาคต