หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย เนื่องจากต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่มีต้นตอมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ทุกธุรกิจตกอยู่ภายใต้แรงกดดันสูง โดย BAFS เองได้มีการทบทวนแผนการลงทุนและออกมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ของธุรกิจให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในครึ่งปีหลัง คือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซว่าจะสามารถเปิดให้สัญจรได้ตามปกติหรือไม่ หากสถานการณ์คลี่คลายและช่องแคบเปิดได้ จะส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อแผนธุรกิจที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม วิกฤตราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบิน ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มองว่าแนวคิดของสายการบินราคาประหยัด (Low Cost Airline) ในรูปแบบเดิมจะไม่มีอีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น Cost Efficient Airline หรือการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพแทน เนื่องจากสายการบินต้องรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
ชูไทย "Safe Haven" ดึงกลุ่มพักยาว-Wellness
แม้จะมีวิกฤติ แต่หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ยังมองเห็น New Horizon หรือโอกาสใหม่ของประเทศไทยในฐานะ Safe Haven หรือพื้นที่ปลอดภัยของโลก โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวหนีภัยสงครามเดินทางมาพักผ่อนในไทยจำนวนมาก เห็นได้จากตัวเลข 5 เดือนแรกที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปเพิ่มขึ้นประมาณ 8% ขณะที่กลุ่มตะวันออกกลางลดลงจากผลกระทบของสงคราม
"เราต้องเลิกนับเป้าหมายที่จำนวนหัวนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพราะพฤติกรรมตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นการพำนักระยะยาว (Long Stay) ซึ่งแม้ตัวเลขจำนวนคนจะไม่พุ่งสูง แต่ตัวเลขการใช้จ่ายหรือ Spending จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก" ม.ล.ณัฐสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจที่จะเติบโตได้ดีคือกลุ่ม Resort, Wellness และ Healthcare ซึ่งสอดรับกับเทรนด์โลกทั้งด้าน EV, พลังงานหมุนเวียน และ AI
จี้รัฐเร่งแผน PDP-ชูบทบาทเวทีโลกดึงลงทุน
เพื่อให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากคู่แข่งในภูมิภาคได้ ม.ล.ณัฐสิทธิ์ เสนอให้ภาครัฐเร่งสร้างความชัดเจนด้านนโยบาย โดยเฉพาะการเร่งประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจในการวางทิศทางลงทุนระยะยาว
ในส่วนของผลการดำเนินงานของ BAFS หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ได้มีการปรับเป้าหมายเป้ารายได้ลงเล็กน้อย โดยคาดว่ารายได้น่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรืออาจปรับลดลงประมาณ 2% ขณะที่วอลุ่มการเติมน้ำมันคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5,400 ล้านลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประคองผลประกอบการท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน


