วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

EEC เร่งเครื่องการลงทุน ลุ้น กพอ.เคาะสิทธิประโยชน์เมืองการบิน

ประชุม กพอ. 5 มิ.ย.69 นี้ จ่อเคาะสิทธิประโยชน์ “เมืองการบินอู่ตะเภา” เดินหน้าโปรเจกต์ลงทุน 2.9 แสนล้านบาท พร้อมขออนุมัติเปิด PPP เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ EECiti ขณะที่ “ไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน” พร้อมรายงานผลคืบหน้าอัยการสูงสุดตอบกลับไฟเขียวแก้สัญญา

KEY POINTS

  • จับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เตรียมพิจารณาอนุมัติสิทธิประโยชน์สำหรับโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก ในการประชุมวันที่ 5 มิ.ย.69 เพื่อเร่งรัดการลงทุน
  • การอนุมัติสิทธิประโยชน์จะช่วยให้เอกชนคู่สัญญา (กลุ่ม UTA) สามารถดึงดูดนักลงทุนมาพัฒนาพื้นที่เมืองการบินได้ง่ายขึ้น อีกทั้งปัจจุบันโครงการสามารถเดินหน้าได้โดยไม่ติดเงื่อนไขโครงการรถไฟความเร็วสูงแล้ว
  • สิทธิประโยชน์ที่เสนอครอบคลุมหลายด้าน อาทิ การยกเว้นภาษี, การอำนวยความสะดวกด้านแรงงานฝีมือ, การจัดตั้งเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการบิน

การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะมีการกำหนดสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน วันที่ 5 มิ.ย.2569 มีวาระสำคัญพิจารณาหลายประเด็น อาทิ 

1.การพิจารณาสิทธิประโยชน์ในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก 

2.การเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการรัฐ (PPP) เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti)

ส่วนความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ยังไม่บรรจุวาระ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดตอบกลับความเห็นร่างสัญญาฉบับแก้ไขมายังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยไม่มีความเห็นขัดแย้งต่อการแก้ไขสัญญา ดังนั้นขณะนี้รอผลศึกษาข้อเสนอทางเลือกอื่นจากเอกชน เพื่อประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ แนวนโยบายรัฐบาลไม่เห็นชอบแก้ไขสัญญาร่วมทุน ซึ่งมอบให้ สกพอ. รฟท. และกลุ่มซีพี หารือแนวทางออกใหม่ร่วมกันจึงรอเอกชนหาแนวทางมาเสนอ ถ้าแนวทางแก้สัญญาไปไม่ได้จะมีทางเลือกอื่นอย่างไร 

นายจุฬา กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก เดินหน้าได้ตามแผนเพราะไม่มีเงื่อนไขการออกหนังสือเข้าพื้นที่ (NTP) ที่เกี่ยวกับโครงการไฮสปีดเทรนแล้ว ดังนั้นการอนุมัติให้โครงการนี้มีสิทธิประโยชน์จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เอกชนคู่สัญญา หรือกลุ่ม UTA เดินหน้าหานักลงทุนมาพัฒนาพื้นที่เมืองการบินได้ 

“เชื่อว่าเมื่อโครงการเมืองการบินเกิดขึ้นจะเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกทำให้ไฮสปีดเทรนเดินหน้าได้”

EEC เร่งเครื่องการลงทุน ลุ้น กพอ.เคาะสิทธิประโยชน์เมืองการบิน

แหล่งข่าวจาก สกพอ.กล่าวว่า กรณีกระทรวงคมนาคม ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญา โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนเป็นสร้างไปจ่ายไป ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอกชน เนื่องจากการแก้ไขหลักการครั้งนี้เป็นข้อเสนอที่เอกชนต้องการนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ การหารือร่วมระหว่างรัฐ และเอกชนวันที่ 8 พ.ค.2569 เอกชนเข้าใจนโยบายรัฐบาล และเอกชนต้องกลับไปเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาแนวทางอื่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้ หากได้ข้อสรุปชัดเจนแล้วค่อยกลับมาหารือ รฟท.อีกครั้ง เพื่อให้โครงการมีทางออกใหม่ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขนโยบายรัฐบาล

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันไม่มีนโยบายแก้สัญญาร่วมลงทุน โดยเฉพาะประเด็นปรับเงื่อนไขชำระค่าร่วมลงทุนเป็นรูปแบบสร้างไปจ่ายไป โดยหลังการตอบกลับของอัยการสูงสุดที่เห็นชอบร่างสัญญาแก้ไขแล้ว เชื่อว่า รฟท.จะนำข้อมูลมารายงานในการประชุม กพอ.วันที่ 5 มิ.ย.69 นี้ 

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ผู้รับสัมปทาน ได้จัดพิธีบวงสรวงพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเริ่มการก่อสร้างโครงการ และได้รับหนังสือ NTP วันที่ 3 เม.ย.2569 เป็นการเริ่มนับหนึ่งภายใต้สัมปทาน 50 ปี และจะสิ้นสุดสัมปทานในปี 2619

โดย UTA มีแผนเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อกระตุ้นผู้โดยสารพร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพื่อดึงการลงทุนในเมืองการบินอู่ตะเภา ขณะเดียวกันยังออกแบบโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม คาดว่าเริ่มในปลายปีนี้

ขณะที่แผนพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา UTA ได้ปรับการลงทุนหลังเกิดผลกระทบจากโควิด โดยรายงาน สกพอ. ปรับแผนพัฒนาสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ในระยะแรก เพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 3 - 4 ล้านคน คาดว่าจะใช้งบประมาณการลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท เริ่มนับเวลางานก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2569 และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 - 4 ปี 

นอกจากนี้ หากปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจนใกล้ขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารระดับ 80% จะขยายการลงทุน เพื่อรองรับผู้โดยสารเพิ่มเติมเป็น 6 ล้านคน 10 ล้านคน 12 ล้านคน ตามลำดับ และแผนการลงทุนสูงสุดเพื่อรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน ในสัญญา 50 ปี ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2.9 แสนล้านบาท 

สำหรับข้อกำหนดด้านสิทธิประโยชน์ของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน (PPP) และมติ ครม.รวมถึงข้อกำหนดจาก กพอ.พบว่าครอบคลุมสิทธิพิเศษด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการบิน โดยสัญญาระบุว่ากำหนดรูปแบบสิทธิประโยชน์ให้ผู้รับสัมปทานได้ ประกอบด้วย

1.สิทธิประโยชน์ด้านภาษี (Tax Incentives) ได้แก่ ยกเว้นภาษีนิติบุคคล สำหรับบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมภายในเมืองการบินภาคตะวันออก, ยกเว้นภาษีนำเข้า สำหรับเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการ, อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) พิเศษ สำหรับสินค้า และบริการในเขตการบิน และสิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรระดับสูงในอุตสาหกรรมการบินที่มาทำงาน

2.สิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน และการประกอบกิจการ ได้แก่ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานในโครงการภายใต้วีซ่าพิเศษ (Smart Visa), ลดขั้นตอน และระยะเวลาอนุมัติใบอนุญาตทำงานของผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมการบิน และสนับสนุนให้สถานศึกษา และมหาวิทยาลัยในพื้นที่พัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน และโลจิสติกส์

3.เขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone - FTZ) โดยในเมืองการบินภาคตะวันออกจะกำหนด “เขตประกอบการค้าเสรี” (Free Trade Zone - FTZ) เช่น ยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ผลิต และส่งออก, อนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการขนส่ง การจัดเก็บ การกระจายสินค้าโดยไม่ต้องเสียภาษี และสิทธิการตั้งสำนักงานตัวแทนและศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ

4.สิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว และบริการการบิน ได้แก่ สนับสนุนให้ตั้งศูนย์การแพทย์การบิน (Aviation Medical Hub) เพื่อรองรับนักเดินทางเชิงสุขภาพ, ส่งเสริมให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางของธุรกิจการบินส่วนบุคคล (Private Jet Hub)

รวมถึงมาตรการดึงดูดสายการบินโดย ลดค่าธรรมเนียมการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing Fee) และค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน ช่วงแรกของการเปิดให้บริการ และกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองพัทยา และภาคตะวันออก โดยใช้มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์