วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2569

Login
Login

'พาณิชย์' แจงไทม์ไลน์ สหรัฐไต่สวนมาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ ยันไทยชี้แจงได้

'พาณิชย์' แจงไทม์ไลน์ สหรัฐไต่สวนมาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ ยันไทยชี้แจงได้

“ศุภจี” เผย ทีมไทยแลนด์เตรียมแจงพร้อม ยื่นข้อโต้แย้ง สหรัฐ มาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ  คาดสหรัฐประกาศผลก่อน 24  ก.ค. มั่นใจชี้แจงได้  เชื่อสหรัฐเห็นความสำคัญไทยในฐานะพันธมิตร พร้อมเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน เพื่อลดผลกระทบภาษี  ระบุ ยังไม่ปรับเป้าส่งออกปี 69

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังสหรัฐอเมริกาออกผลไต่สวนเบื้องต้นภายใต้มาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ หรือ Forced Labor โดยแบ่ง 60 เขตเศรษฐกิจออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีมาตรการเพียงพอ 14 เขตเศรษฐกิจ และกลุ่มที่ยังไม่มีข้อกำหนดหรือการบังคับใช้เพียงพอ 46 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลัง

ผลเบื้องต้นทำให้ไทยอยู่ในกลุ่มที่อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม 12.5% ขณะที่กลุ่ม 14 เขตเศรษฐกิจถูกกำหนดเพดานภาษีไว้ที่ 10% โดยประเด็นที่สหรัฐพิจารณาไม่ได้ติดใจเรื่องการดูแลแรงงานบังคับในไทย แต่เป็นเรื่องที่ไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีการใช้แรงงานบังคับ

อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาครั้งนี้ยังเป็นเพียงผลเบื้องต้น โดยสหรัฐจะเปิดโอกาสให้ทีมไทยแลนด์เข้าชี้แจงเพิ่มเติม  โดยในวันที่  22 มิ.ย. ยื่นคำขอเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ  วันที่ 6 ก.ค. 2569 ยื่นข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อชี้แจงเรื่องอัตราภาษี รายการสินค้าที่ควรเพิ่มหรือถอดออก และสินค้าที่ได้รับการยกเว้นใน Annex A ก่อนสหรัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 7 ก.ค.ม 2569  จากนั้น 5 วันหลังจากการรับฟังความเห็น  และคาดว่าจะประกาศผลขั้นสุดท้ายก่อนวันที่ 24 ก.ค. 2569

สำหรับสินค้าใน Annex A ที่ได้รับการยกเว้นมี 1,655 รายการ จากสินค้าทั้งหมดกว่า 10,000 รายการ แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และไอที กลุ่มยางพารา กลุ่มเกษตรและอาหารแปรรูป กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานพลเรือน และกลุ่มโลหะมีค่า  อย่างไรก็ตาม ไทยมีสินค้าส่งออกไปสหรัฐประมาณ 10,000 รายการ จึงต้องเร่งพิจารณาเสนอเพิ่มสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าเกี่ยวกับรถยนต์บางกลุ่ม และสินค้ายางพาราให้เข้าอยู่ในรายการยกเว้นเพิ่มเติม

นางศุภจี กล่าวว่า มีข้อสังเกตว่าบางประเทศที่ถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าเพียง 10% แม้ไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานบังคับ แต่ได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าไทย เนื่องจากได้ลงนามความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) แล้ว โดยประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาษีต่ำกว่าไทยบางส่วน

แม้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมสินค้านำเข้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับอย่างสมบูรณ์ แต่ได้ลงนามข้อตกลง ART กับสหรัฐแล้ว เช่น มาเลเซีย กัวเตมาลา บังกลาเทศ อาร์เจนตินา และไต้หวัน ขณะที่ประเทศที่มีกฎหมายแล้วมี 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และปากีสถาน

ดังนั้น ไทยจึงต้องเร่งเจรจา ART กับสหรัฐให้จบภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ก่อนที่มาตรการภาษีชั่วคราวตามมาตรา 112 จะสิ้นสุดในวันที่ 24 ก.ค.เพราะอาจช่วยให้ไทยขยับไปอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีที่ต่ำลง แม้ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ทั้งหมด โดยขณะนี้การเจรจายังมีประเด็นค้างอยู่ประมาณ 25 เรื่อง กระจายอยู่ในหลายกระทรวง และผู้แทนการค้าไทยมีกำหนดเดินทางไปสหรัฐวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อเจรจาต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างรอผลการไต่สวนของสหรัฐในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้

“มั่นใจว่าได้ชี้แจงข้อมูลครบถ้วนทุกประเด็น และเชื่อว่าสหรัฐจะเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ดีมาโดยตลอด”นางศุภจี กล่าว

สำหรับ 3 อุตสาหกรรมหลักที่ถูกไต่สวน ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และเครื่องจักร ไทยยืนยันว่ามีกำลังการผลิตอยู่ในระดับ 70-95% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 60% ที่สหรัฐใช้เป็นข้อกล่าวหา จึงเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนจุดยืนของไทยในการชี้แจงต่อสหรัฐต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ปรับเป้าหมายส่งออกปีนี้ เนื่องจากตัวเลขส่งออกช่วงต้นปียังขยายตัวดีกว่าคาด โดยไตรมาสแรกเติบโตใกล้ 20% และเดือนเม.ย.ขยายตัวกว่า 20%