วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

เกษตรกร 20 จังหวัดบุกประมง จี้รัฐควักงบอุ้มกุ้งหมื่นตันสู้วิกฤตราคา

เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยบุกยื่นข้อเสนอต่อกรมประมง จี้รัฐใช้เงินกองทุนดึงกุ้งส่วนเกิน 10,000 ตันกระตุ้นการบริโภค หวั่นเกษตรกรขาดทุนยับกว่า 1,000 ล้านบาท หลังราคาดิ่งต่ำกว่าต้นทุนเซ่นปมสู้รบและศึกการค้า

ที่กรมประมงสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย นำโดย นายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย พร้อมตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากทั่วประเทศกว่า 21 จังหวัด อาทิ สุราษฎร์ธานี จันทบุรี กระบี่ สงขลา พัทลุง รวมถึงตัวแทนจากภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี และนครปฐมเดินทางเข้าพบ น.ส.ฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาราคากุ้งทะเลตกต่ำเป็นการเร่งด่วน

เกษตรกร 20 จังหวัดบุกประมง จี้รัฐควักงบอุ้มกุ้งหมื่นตันสู้วิกฤตราคา

โดยนายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย กล่าวว่า ในปีนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องพบปัญหาเรื่องวิกฤตราคาจากผลกระทบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ประกอบกับ ในช่วงนี้(ไตรมาส2)เป็นช่วงที่ราคากุ้งจะตกต่ำในทุกปี และข้อจำกัดด้านการค้าชายแดนทั้งจากฝั่งกัมพูชา และมาเลเซีย จึงต้องการเรียกร้องให้กรมประมง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งให้ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ผ่านกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งเพื่อความยั่งยืนเพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งเดินต่อไปได้ ซึ่งขอให้มีการเปิดการประชุมไม่เกินวันที่ 10 มิถุนายนนี้

 

พร้อมขอให้รัฐบาล นำโครงการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อเป็นการดึงสินค้าส่วนเกินเพื่อกระจายให้เกิดการบริโภคในประเทศ โดย ตั้งเป้าไว้จำนวน 10,000 ตันในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือน ในราคาที่จะชดเชยเพิ่มเติมให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 20 บาทจากราคาอ้างอิงหรือต้นทุนการผลิตซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ในระดับหนึ่งซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

สำหรับในระยะยาว นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เสนอให้มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนของคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งและผลิตภัณฑ์ หรือ Shrimp board เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านต่อไป ทั้งนี้สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย คาดหวังว่าในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ที่กรมประมงของไทยและมาเลเซียจะมีการหารือในเรื่องการแก้ไขปัญหาหลังมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้ง 5 ชนิดจากไทย จะเห็นความชัดเจนและทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร

ทั้งนี้ สำหรับภาพรวมกำลังการผลิตกุ้งไทย ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 250,000 ตันต่อปี โดยตลาดหลักในปัจจุบันคือการบริโภคภายในประเทศอยู่ที่กว่า 100,000 ตันต่อปี ส่วนสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่กว่า 50,000 ตันต่อปี ซึ่งปัญหาที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่ในขณะนี้คือ ผลผลิตส่วนเกินประมาณ 50,000 ตันที่เป็นปัจจัยสำคัญในการฉุดรั้งราคากุ้งทั้งระบบให้ตกต่ำ

ขณะที่นายยุทธนา รัตโน ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งท่าทอง กล่าวว่า ต้นทุนหลักของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประกอบด้วยค่าอาหารสัตว์น้ำ ค่าพลังงาน ค่าลูกกุ้ง ค่าสารเคมีและเวชภัณฑ์ รวมถึงค่าแรงงาน โดยข้อมูลการศึกษาต้นทุนการผลิตที่กรมประมงร่วมกับเกษตรกรและสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งภาคตะวันออกจัดทำไว้ พบว่า กุ้งขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 119 บาทต่อกิโลกรัม ขนาด 80 ตัวต่อกิโลกรัม มีต้นทุน 123 บาท และขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม มีต้นทุนประมาณ 135 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคากุ้งหน้าบ่ออยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยราว 10-20% ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนต่อเนื่อง โดยมองว่าราคากุ้งที่เหมาะสมควรสูงกว่าต้นทุนอย่างน้อย 20% เพื่อให้เกษตรกรมีผลตอบแทนเพียงพอสำหรับการดำเนินอาชีพและรองรับความเสี่ยงในการผลิต เช่น กุ้งขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม ควรมีราคาประมาณ 125-130 บาทต่อกิโลกรัม จึงจะสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งปัญหาราคากุ้งหน้าบ่ออยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุน มาจากหลายปัจจัย ทั้งผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง กลไกทางการตลาดที่ไม่เอื้อต่อผู้ผลิต และการที่มาเลเซีย ประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลผลิต และรายได้ของเกษตรกรโดยตรง

หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เกษตรกรจำนวนมาก จะขาดสภาพคล่อง ต้องยกเลิกการผลิต และอาจจะลุกลามไปยังอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทยทั้งระบบ ซึ่งคาดว่าปีนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศจะขาดทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากราคากุ้งตั้งแต่ขนาด 55 ตัวถึง 100 ตัวต่อกิโลกรัม ล้วนอยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนการผลิต