วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

'คลัง' ยันช่วยคนจนจริง ตัดสิทธิคนอยากจน เปิดทางอุทธรณ์สิทธิ บัตรสวัสดิการรัฐ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนยืนยันสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันแรกมีประชาชนให้ความสนใจมายืนยันสิทธิแล้วหลายแสนราย โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เนื่องจากประชาชนมีความคุ้นเคย 

ซึ่งในรอบนี้ภาครัฐได้ขยายช่องทางการลงทะเบียนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมากขึ้น ได้แก่ แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ "ทางรัฐ" เว็บไซต์ของโครงการ https://welfare.mof.go.th หรือ  https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th ยืนยันด้วยบัตรประชาชนเครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย รวมทั้งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 5 แห่ง  ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

นายวินิจ เน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการคัดกรองในรอบนี้คือ การให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง หรือคนยากจนอย่างแท้จริง ในช่วงภาวะวิกฤติพลังงาน โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินจากการดูเป็นระดับครอบครัว มาเป็นการคัดกรองรายบุคคลพร้อมทั้งนำฐานข้อมูลทางดิจิทัลมาใช้อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันผู้ที่พยายามบิดเบือนข้อมูล

"การคัดกรองผู้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ รัฐบาลมีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และคนยากจนอย่างแท้จริง ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน ไม่ใช่ 'คนอยากจน' "

นายวินิจ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากเมื่อกลุ่มเหล่านี้นำบัตรไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และมีพฤติกรรมเอาเปรียบสังคม ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่นำมาจ่ายเป็นสวัสดิการนั้นมาจากภาษีของประชาชน ภาครัฐจึงต้องใช้อย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าเงินเหล่านี้จะถูกนำไปดูแลผู้ที่ยากลำบากจริงๆ

นายวินิจ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มีธงตั้งเป้าว่าจะต้องตัดสิทธิประชาชนออกจำนวนเท่าใด โดยมีกลไกของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ช่วยสำรวจ และคัดกรองข้อมูลผู้มีรายได้น้อยอีกชั้นหนึ่ง 

นายวินิจ กล่าวอธิบายกรณีบุตรนำชื่อไปหักลดหย่อนภาษีจะถูกตัดสิทธิว่า แนวคิดดังกล่าวมาจากหลักอุปการะ หากผู้มีเงินได้ยื่นหักลดหย่อนภาษีอุปการะบุพการี จะได้สิทธิคนละ 30,000 บาท ถ้าบุตรเสียภาษีในอัตรา 20% แปลว่าเขาได้ส่วนลดภาษีจากรัฐไปแล้ว 6,000 บาทต่อปีต่อคน ถ้าหัก 2 คนก็ 12,000 บาท แล้วหากเขาเสียภาษีในอัตราที่มากกว่านั้น รัฐยังต้องจ่ายเงินบัตรสวัสดิการให้อีก รัฐก็จะเสียเม็ดเงินภาษีซ้ำซ้อน และเกิดความลักลั่นขึ้น วันนี้เราจึงต้องเน้นช่วยเหลือคนที่ไม่มีใครดูแลและเป็นคนที่ลำบากจริงๆ 

ทั้งนี้ประชาชนที่ไม่ได้รับอุปการะจริงสามารถแจ้งเรื่อง และใช้สิทธิอุทธรณ์เพื่อให้ภาครัฐพิจารณา และหาแนวทางแก้ไขต่อไป

 

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถส่งเรื่องอุทธรณ์ได้ผ่าน 5 ช่องทางที่รับลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 17- 31 ก.ค.2569 โดยจะต้องเตรียมข้อมูลเพื่อแก้ไขจุดที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 ส.ค.2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์