วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

กระทรวงพาณิชย์ ดันหัตถกรรมไทยบุกเวทีโลก กระหึ่ม “Crafts Bangkok 2026” 3–7 มิ.ย. นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดเงินสะพัด 150 ล้านบาท พร้อม MOU กรมทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองลิขสิทธิ์ ป้องคุณค่าความคิดสร้างสรรค์ช่างฝีมือชุมชนทั่วประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Crafts Bangkok 2026” จัดโดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เป็นการผลักดันงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือไทยสู่การเป็น “ของขวัญแห่งชาติ” (National Gift) สอดรับกับความต้องการขององค์กรและสังคมยุคใหม่ และมุ่งสู่ความยั่งยืน คาดมีผู้เข้าชมทะลุ 50,000 คน

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

“งานดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมจากช่างฝีมือ ผู้ประกอบการชุมชน และผู้สร้างสรรค์งานคราฟต์จากทั่วประเทศ ให้ได้นำผลงานที่ภาคภูมิใจมานำเสนอสู่สาธารณชน สะท้อนพลังของภูมิปัญญาไทยที่สามารถต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการฐานราก ช่างฝีมือ และธุรกิจชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ผู้ผลิตไทย โดยภายในงานปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากถึง 380 รายจากทั่วประเทศ รวมถึงกลุ่มช่างหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่นำเสนอผลงานและคอลเลกชันสร้างสรรค์ร่วมสมัย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ระหว่าง SACIT กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย โดยมุ่งช่วยปกป้องคุณค่าของงานฝีมือไทย ทั้งของช่างฝีมือดั้งเดิมและคนรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่มให้ผู้ประกอบการ

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

“กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อช่วยต่อยอดฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการทำตลาดและขยายช่องทางการขาย เพื่อให้ผู้มีฝีมือและผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเติบโตและสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน”

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

ภายหลังพิธีเปิด นางศุภจีได้เยี่ยมชมบูธและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงาน อาทิ กระเป๋านวัตกรรมงานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ผสมเส้นใยไหม รวมถึงผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ร่วมสมัยหลากหลายประเภท โดยภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลงานจากผู้ผลิตไทย หน่วยงานพันธมิตร และผลงานศิลปหัตถกรรมจากต่างประเทศ สะท้อนความหลากหลายของงานคราฟต์ร่วมสมัยที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า งาน Crafts Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่ SACIT จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสะท้อนบทบาทการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก ผ่านการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ การผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับฝีมือช่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

Crafts Bangkok 2026 ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Craft Journey” ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของงานศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งแต่ต้นกำเนิดของวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยทักษะฝีมือช่าง สู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและคุณค่า เชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การเปิดตัวคราฟต์คอลเลกชันพิเศษในรูปแบบ “ของขวัญแห่งชาติ” (National Gift) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์องค์กรและผู้ที่มองหาของที่ระลึกระดับมาสเตอร์พีซ พื้นที่เรียนรู้และต่อยอดคุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ คราม ฮ่อม หวาย กก กระจูด เตยปาหนัน และสีย้อมธรรมชาติ 

การจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมจากต่างประเทศ เช่น Pigment Tokyo ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผลงานจากตุรกี โคลอมเบีย และมาเลเซีย ตลอดจนผลงานวิจัยที่ SACIT ให้ทุนสนับสนุน อาทิ งานหัตถกรรมจากวัสดุเหลือใช้ นวัตกรรมเครื่องปั่นฝ้ายเพื่อสุขภาพ และการฟื้นฟูคุณค่าเส้นใยไหม พร้อมติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล

ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรงกว่า 380 ราย การจัดแสดงผลงาน SACIT Concept 2026, SACIT Collection และ The New Artisans 2026 รวมถึงกิจกรรม Workshop งานคราฟต์ อาทิ งานเขียนเทียน ร้อยลูกปัดโนราห์ สานกำไลย่านลิเภา การเขียนลายรดน้ำ และโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนงานศิลปหัตถกรรมฝีมือคนไทย พร้อมสัมผัสความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจจากผลงานคราฟต์ไทย ในงาน “Crafts Bangkok 2026” ระหว่างวันที่ 3–7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1289 หรือ Facebook: SACIT Shop

นายกฤช วงศ์วรพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง “อยู่ลำพูน” ผลิตหมอนปล่อง กล่าวว่า ในตู้ไม้เก่าแก่ของคุณยายวัย 75 ปี ซ่อนไว้ด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่เกือบจะถูกลืมไปตามกาลเวลา นั่นคือ “หมอนปล่อง” หมอนพื้นบ้านที่เป็นส่วนสำคัญในพิธีกรรมโบราณของชาวล้านนา จุดประกายไฟแห่งความคิดเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณยายผู้รักในงานฝีมือ ได้นำหมอนเก่าใบนั้นมาแกะแบบและทดลองทำขึ้นใหม่ โดยปรับเปลี่ยนขนาดให้เล็กลงเพื่อให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

การกลับมาของหมอนป่องในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการคัดลอกแบบเดิมมาทั้งหมด แต่เป็นการ “ปรับโฉม” โดยใช้วัตถุดิบสมัยใหม่ เช่น เศษผ้าเหลือใช้ที่มีลวดลายสวยงามจากธุรกิจเสื้อผ้าของลูกสาว แทนที่ผ้าดิบสีพื้นแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนวัสดุยัดไส้ภายในจาก “นุ่น” มาเป็น “ใยสังเคราะห์ (Polyester)” เพื่อแก้ปัญหาเรื่องไรฝุ่น กลิ่นอับ และเชื้อรา ซึ่งช่วยให้ดูแลรักษาง่ายขึ้นและสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศที่มีกฎระเบียบเคร่งครัดเรื่องวัสดุธรรมชาติได้

ทางแบรนด์เริ่มต้นทดสอบตลาดในงาน Chiang Mai Design Week โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% ความสำเร็จนี้ได้รับการต่อยอดผ่านการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ในโครงการ CONNECT ซึ่งเปิดโอกาสให้ทางแบรนด์ได้ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหมอนไปสู่สินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ เช่น กระเป๋าแฟชั่น ปัจจุบันสินค้ามีวางจำหน่ายในแหล่งชอปปิงชั้นนำอย่าง Gaysorn Village และ ICONSIAM

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

"แม้ความต้องการในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น แต่การผลิตยังคงเน้นงานฝีมือเป็นหลัก โดยเฉพาะการเย็บช่องหมอนที่ต้องใช้มือเพื่อความประณีตและความแข็งแรง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 100-200 ชิ้นต่อเดือน โดยมีทีมงานหลักคือคนในครอบครัวและช่างฝีมือในชุมชน

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวยังประสบข้อจำกัดด้านแรงงาน เนื่องจากคนรุ่นใหม่ขาดสมาธิในการทำงานฝีมือที่ละเอียดอ่อน ขณะที่ผู้สูงอายุก็มีปัญหาด้านสายตา ทางแบรนด์จึงมีแนวคิดที่จะร่วมมือกับทำงานร่วมกับผู้ต้องขัง  ในอนาคตเพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มกำลังการผลิตอย่างยั่งยืน"

 เป้าหมายสำคัญของการทำแบรนด์นี้ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างรายได้ แต่คือการทำให้คนรู้จัก “หมอนปล่อง” ในฐานะหมอนพื้นบ้านของไทยที่ไม่ได้มีดีแค่หมอนสามเหลี่ยม การปรับเปลี่ยนรูปทรงและดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งในโรงแรม คาเฟ่ หรือที่พักสมัยใหม่ คือกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้จิตวิญญาณของหมอนปล่องยังคงสืบทอดต่อไปได้ในบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป แม้จะไม่ใช่รูปแบบดั้งเดิม 100% แต่หัวใจสำคัญของงานหัตถกรรมลำพูนชิ้นนี้จะยังคงอยู่คู่กับบ้านเรือนของผู้คนสืบไป

นางมณท์สุชาติ(คุณแอน) หอมระรื่น ผู้ประกอบการวิเศษศิลป์ ผู้ผลิตทองเหลือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ธุรกิจงานคราฟต์ทองเหลืองนี้เริ่มต้นจากพื้นฐานความเชี่ยวชาญของ ช่างจิวเวลรี่  ผู้เป็นสามีที่มีประสบการณ์ยาวนานเกือบ 30 ปี เมื่อย้ายมาอยู่ที่จังหวัดอยุธยา จึงเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของตกแต่งที่สะท้อน อัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยใช้เทคนิคการทำเครื่องประดับมาประยุกต์ใช้ ผลงานชิ้นแรกคือ “ดอกบัวทองเหลือง” ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเชิงเทียนหรือฐานวางองค์พระ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 จนกลายเป็นสินค้า OTOP

พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน พาณิชย์ชุบชีวิตงานคราฟต์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมล็อกลิขสิทธิ์ฝีมือชุมชน

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมคือการเข้าร่วมโครงการกับ SACIT มาเป็นเวลา 3 ปี การได้รับคำแนะนำจากนักออกแบบช่วยให้เกิดการผสมผสานระหว่างงานฝีมือดั้งเดิมกับ ดีไซน์ที่ทันสมัย จนเกิดเป็นชิ้นงานใหม่ๆ เช่น ดอกทานตะวันและแจกันที่ดูร่วมสมัยมากขึ้น โดยใช้วัสดุหลักคือ ทองเหลือง ทั้งชนิดแผ่นและเส้น นำมาสรรค์สร้างเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า

ในด้านการตลาด ชิ้นงานเหล่านี้เข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่วัยรุ่นที่ชอบความเรียบง่ายไปจนถึงผู้ใหญ่ที่เน้นความสวยงามของการวางโชว์ ปัจจุบันเน้นกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลักเนื่องจากความสะดวกในการขนส่ง แต่คุณแอนมีความมุ่งมั่นที่จะ ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ และร่วมออกบูธในระดับสากล ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ได้มีโอกาสวางจำหน่ายในสนามบินและเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “ไทยช่วยไทย” ซึ่งช่วย เพิ่มมูลค่า และสร้างการเติบโตให้กับงานหัตถกรรมไทยได้อย่างยั่งยืน