วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

ไทยทำได้ เพาะ ‘กุ้งแคระ ‘สายพันธุ์ใหม่สำเร็จ มุ่งเบอร์1เอเชีย

ไทยทำได้ เพาะ ‘กุ้งแคระ ‘สายพันธุ์ใหม่สำเร็จ มุ่งเบอร์1เอเชีย

พลิกโฉมสัตว์น้ำไทย! "ภัทรนิษฐ์" เกษตรกรดีเด่นปี69 โชว์ศักยภาพเพาะกุ้งแคระ Green Emerald - Green Rili สำเร็จรายแรกในไทย บุกตลาดโลกสร้างรายได้ทะลุเป้า

กรมประมงเชิดชูเกียรติ นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ เกษตรกรดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2569 จากจังหวัดกาญจนบุรี ต้นแบบการเพาะเลี้ยงกุ้งแคระสายพันธุ์ "Green Emerald" และ "Green Rili" ได้สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาฟาร์มให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคนิค และวิธีการเพาะพันธุ์กุ้งแคระอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้สนใจ พร้อมเร่งขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตกุ้งแคระสวยงาม อันดับ 1 ของเอเชีย ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการยกระดับสัตว์น้ำสวยงามของไทยสู่สายตาโลกตามหลักมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

ไทยทำได้ เพาะ ‘กุ้งแคระ ‘สายพันธุ์ใหม่สำเร็จ มุ่งเบอร์1เอเชีย
          นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อค้นหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานโดดเด่นด้านการเกษตร เพื่อยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันดีให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ตามข้อกำหนดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผ่านการคัดเลือกจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศจนได้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ด้านทุกสาขาภาคการเกษตร

  สำหรับในปี 2569เกษตรกรดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ เกษตรกรต้นแบบที่มีความมุ่งมั่นในการริเริ่มการเพาะพันธุ์กุ้งแคระสวยงามสายพันธุ์ใหม่ป้อนสู่ตลาดสัตว์น้ำสวยงามของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันนับเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามในประเทศและทั่วโลก ด้วยศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงและการพัฒนาสายพันธุ์ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำสวยงามอันดับต้นๆ ของโลก

โดยในปี 2568 ประเทศไทยสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท/ปี ครอบคลุมสัตว์น้ำสวยงามหลากหลายชนิด เช่น ปลากัด ปลาหมอสี ปลาทอง ปลาหางนกยูง ปลาสอด และกุ้งสวยงาม โดยเฉพาะกุ้งแคระสวยงามซึ่งปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น จนสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึงประมาณ 50 ล้านบาท/ปี 
          ทั้งนี้ กรมประมงได้เข้าไปสนับสนุนนางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามตั้งแต่แรกเริ่มกิจการ ควบคู่กับการให้คำแนะนำการขึ้นทะเบียนฟาร์มและการพัฒนามาตรฐานฟาร์มเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออก อาทิ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) การประเมินสุขภาพฟาร์มและสัตว์น้ำ การตรวจสุขอนามัย และการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพื่อการส่งออก (สอ.3/สอ.4) ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น

ไทยทำได้ เพาะ ‘กุ้งแคระ ‘สายพันธุ์ใหม่สำเร็จ มุ่งเบอร์1เอเชีย

ส่งผลให้เกษตรกรสามารถเพาะพันธุ์และส่งออกสัตว์น้ำสวยงามได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงมุ่งส่งเสริมการดำเนินการเพาะพันธุ์กุ้งแคระสวยงามตามแนวทาง BCG Model โดยเน้นการเพาะเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการฟาร์ม ได้แก่

  1.การสร้างโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิ โดยใช้เครื่องปรับอากาศ ผ่านพลังงานไฟฟ้าระบบ Solar Cell 2.ระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ โดยการเปลี่ยนน้ำกระด้างให้เป็นน้ำอ่อน ผ่านระบบกรองแมงกานีสซีโอไลต์,คาร์บอน,เรซิน และระบบ Reverse Osmosis (RO) ซึ่งสามารถผลิตน้ำสะอาดได้วันละ 10,000 ลิตร 3.วิธีธรรมชาติจากสาหร่ายหางกระรอกและใบหม่อน เป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับสภาพน้ำ และเป็นแหล่งอาหารสำคัญของกุ้งแคระ ส่งผลให้กุ้งเจริญเติบโตได้ดี และมีสีสันสวยงาม

โดยเทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังช่วยลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น และเพิ่มอัตราการรอดของกุ้งแคระได้มากยิ่งขึ้น นำไปสู่การพัฒนากุ้งแคระสวยงามสายพันธุ์ใหม่ๆ ในตระกูล Caridina ได้แก่ "Green Emerald" และ "Green Rili" ซึ่งเพาะพันธุ์ได้สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นที่มีสีเขียวมรกต และลวดลายที่สวยสะดุดตาของกุ้งแคระสายพันธุ์นี้ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทางฟาร์มมีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา เยอรมันนี เกาหลี และจีน 

ไทยทำได้ เพาะ ‘กุ้งแคระ ‘สายพันธุ์ใหม่สำเร็จ มุ่งเบอร์1เอเชีย
          ปัจจุบันนางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ ดำเนินกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งแคระสวยงาม ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการจำหน่าย และให้คำแนะนำด้านการเพาะเลี้ยงผ่านสื่อออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ พร้อมพัฒนาฟาร์มให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ โดยมุ่งถ่ายทอดเทคนิคการเพาะพันธุ์ และความรู้พื้นฐานในการบริหารฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งแคระอย่างครบวงจร เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ที่สนใจในฐานะเกษตรกรต้นแบบ โดยก้าวต่อไปมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวางมากขึ้น ทั้งในตลาดเอเชีย ยุโรป และอเมริกา พร้อมเดินหน้าขยายโรงเรือนผลิตกุ้งคุณภาพ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพฟาร์มเพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้ผลิตกุ้งแคระสวยงาม อันดับ 1 ของเอเชียในอนาคต ทั้งนี้ จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงจนเห็นผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนการเสียสละถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้สนใจเพื่อนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ สะท้อนให้เห็นถึงคุณสมบัติของการเป็นบุคคลต้นแบบที่ดี จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2569 และเข้ารับพระราชทานโล่รางวัล จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
          ความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการเพาะพันธุ์กุ้งสวยงามของเกษตรกรรายนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสัตว์น้ำสวยงามไทยที่พัฒนาได้อย่างต่อเนื่องจากการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยกรมประมงยังคงเดินหน้าสนับสนุนองค์ความรู้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการเพาะเลี้ยงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” ที่มุ่งเน้นการบูรณาการเพื่อยกระดับศักยภาพของเกษตรกรให้เกิดทักษะความรู้ สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพให้เกิดความมั่นคง เข้มแข็งและยั่งยืนในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และภาคการประมงต่อไป