สถานการณ์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับไทยทั้งผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และภัยพิบัติที่ปี 2569 มีความเสี่ยงที่จะเกิดซูเปอร์เอลนีโญทำให้มีความเสี่ยงต่อภัยแล้งต่อเนื่องในปี 2570 ซึ่งทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลปรับแผนการจัดทำงบประมาณ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิ.ย.2569 เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยที่ผ่านมาหน่วยรับงบประมาณ ได้เสนอเสนอคำของบประมาณปี 2570 รวมทั้งสิ้น 5.97 ล้านล้านบาท ต่อมาสำนักงบประมาณพิจารณาและปรับลดลงให้อยู่ในกรอบ 3.78 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้สำนักงบประมาณจะนำข้อเสนอที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ไปรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จากนั้นจึงเสนอเข้ามาในที่ประชุม ครม. อีกครั้ง
แหล่งข่าวระบุว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ารือและทุกฝ่ายเห็นด้วยงบประมาณ แต่โครงสร้างงบประมาณปี 2570 สำนักงบประมาณเสนอเพิ่มวงเงินงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น จากเดิมกำหนดไว้ที่ 9.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท รวมเป็น 100,000 ล้านบาท เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน
“วงเงินงบกลางที่เพิ่มขึ้น 1 พันล้านบาทเศษ เมื่อรวมการโอนงบประมาณส่วนใหญ่ใช้รองรับเหตุฉุกเฉิน ภัยแล้งและซูเปอร์เอลนีโญ เพราะปีงบประมาณที่ผ่านมางบกลางใช้จนถึงขีดจำกัดทั้งภัยแล้ง น้ำท่วมและสงคราม ดังนั้นปี 2570 ต้องขยายวงเงินเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน” แหล่งข่าว ระบุ
ส่วนการจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ.2569 ส่วนหนึ่งนำไปใช้ในงบกลางเพื่อรองรับสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน เบื้องต้นมีวงเงินไม่เกิน 14,000 ล้านบาท
ขณะที่การจัดทำงบประมาณโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2559 เตรียมงบประมาณไว้ 5.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นวงเงินรองรับผู้เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน แม้ว่าจะเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ที่คัดกรองเข้มข้นขึ้น ซึ่งจะทำให้เหลือผู้ถือบัตรน้อยกว่า 13.18 ล้านคน
- ครม.ไฟเขียวปฏิทินโอนงบประมาณ 2569
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อม ปฏิทินการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อโอนงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่หมดความจำเป็นหรือชะลอการดำเนินการได้ เป็นค่าใช้จ่ายรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน ดังนี้
1.รายจ่ายประจำ รายการที่นำไปจัดทำทุกงบรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิ.ย.2569 โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการสัมมนา ฝึกอบรม ประชาสัมพันธ์ การเดินทาง ไปราชการต่างประเทศ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่อง หรือรายการที่ชะลอการดำเนินการได้โดยไม่เกิดความเสียหายต่อราชการ
2.รายจ่ายลงทุน ประกอบด้วย รายการปีเดียวหรือรายการผูกพันข้ามปีที่ไม่สามารถประกาศประกวดราคา ประกาศเชิญชวนหรือจัดหาผู้รับจ้างภายในวันที่ 2 มิ.ย.2569 ซึ่งหน่วยงานพิจารณาแล้วหมดความจำเป็นและยกเลิกหรือชะลอได้ และรายการงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาว่าชะลอดำเนินการได้โดยไม่ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อราชการ หรือเบิกจ่ายไม่ได้ในปีงบประมาณ 2569
- เพิ่มงบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้มีการปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อกระจายอำนาจให้ อปท.รวมทั้งการให้ อปท.นำเงินนอกงบประมาณหรือเงินสะสมมาใช้สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อดำเนินโครงการลงทุนในท้องถิ่นมากขึ้น
สำหรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่ผ่านการเห็นชอบจาก ครม.กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ตามที่ ครม.เห็นชอบวันที่ 28 เม.ย.2569 จำนวน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่กำหนดไว้ 3.78 ล้านล้านบาท เป็นจำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.72% ประกอบด้วย
1.รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 131,724 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.0% และคิดเป็นสัดส่วน 73.6% ของวงเงินงบประมาณรวม เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งมีสัดส่วน 70.2%
2.รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท ลดจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 52,503 ล้านบาท หรือลดลง 42.5% และคิดเป็นสัดส่วน 1.9% ของวงเงินงบประมาณรวม ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งมีสัดส่วน 3.3%
3.รายจ่ายลงทุน 789,171 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 72,564 ล้านบาท หรือลดลง 8.4% และคิดเป็นสัดส่วน 20.8% ของวงเงินงบประมาณรวม ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งมีสัดส่วน 22.8%
4.รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 320 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2% และคิดเป็นสัดส่วน 4.0% ของวงเงินงบประมาณรวม เท่ากับปีงบประมาณ พ.ศ.2569

