วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

วัชระพล ขาวขำ สั่งแก้มาเลเซียแบนกุ้งไทย ปมตอบโต้ตรวจเข้มปลากะพง

รมช.เกษตรฯ สั่งด่วนแก้ปัญหามาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว ปมตอบโต้ทางการค้ากรณีไทยยกระดับตรวจเข้มปลากะพงขาวมาเลเซีย ด้าน กรมประมงเล็งเจรจา 8 มิถุนายนนี้

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ผู้บริหารกรมประมง รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาราคากุ้งในประเทศตกต่ำ ประกอบกับประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้ง 5 ชนิดจากประเทศไทย ประกอบด้วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กุ้งลายเสือ และกุ้งน้ำเงิน ว่า

วัชระพล ขาวขำ สั่งแก้มาเลเซียแบนกุ้งไทย ปมตอบโต้ตรวจเข้มปลากะพง

ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความห่วงใย ให้หารือกับกลุ่มประมงพบว่ามาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่ง ของการตอบโต้มาตรการของไทยที่มีความเข้มงวดในการตรวจสอบปลากระพงนำเข้าจากมาเลเซีย ซึ่งใช้ระยะเวลานานถึง 15 วัน เนื่องจากเคยตรวจพบสารตกค้างในปี 2566 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ได้สั่งการให้กรมประมง หามาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรและเร่งเจรจากับทางมาเลเซียโดยเบื้องต้น กรมประมงได้ประสานงานทางการมาเลเซียแล้วและทราบว่าจะมีการเจรจาระหว่างกรมประมงของทั้งสองประเทศในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

วัชระพล ขาวขำ สั่งแก้มาเลเซียแบนกุ้งไทย ปมตอบโต้ตรวจเข้มปลากะพง

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กรมประมงไปทบทวนมาตรการหรือลดบางกระบวนการที่ไม่จำเป็นลงเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้มข้นในการตรวจสอบและจะใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับได้ของทั้งสองประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งไทยให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดด้วย

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยจากหลายจังหวัดขอเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งไทยเนื่องจากมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือด่วนที่สุด

วัชระพล ขาวขำ สั่งแก้มาเลเซียแบนกุ้งไทย ปมตอบโต้ตรวจเข้มปลากะพง

โดยข้อเสนอสำคัญของสมาคมกุ้งไทยประกอบด้วย 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ กรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้านที่ประกอบอาชีพอวนลอยกุ้ง ผู้รวบรวมผลผลิต และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2,000 ล้านบาท และปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เผชิญภาวะการผลิตลดลงและความสามารถในการแข่งขันถดถอยอย่างต่อเนื่องซึ่งจากเดิมที่ประเทศไทยเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกเหลือเพียงประมาณ 40,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สมาคมกุ้งไทยยังแสดงความกังวลว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงอาจสูงกว่าตัวเลขที่หน่วยงานภาครัฐประเมินไว้ เนื่องจากยังมีการค้ากุ้งผ่านผู้รวบรวมผลผลิตและผู้ค้ารายย่อยตามแนวชายแดนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านที่ประกอบอาชีพอวนลอยกุ้ง รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาด้านการตลาดและราคาผลผลิตอยู่แล้ว

ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รายงานว่า มาเลเซียเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้ปลากะพงต้องแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : CoA) ทุกครั้งในการนำเข้า และระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน

 รายงานจากอุตสาหกรรมกุ้งแจ้งว่า  การระงับนำเข้ากุ้งจากไทยของมาเลเซียเป็นมาตรการตอบโต้ทางการค้า หลังกรมประมงไทยออกประกาศยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับการนำเข้าปลากะพงขาวจากมาเลเซีย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแสดงและแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการของรัฐหรือที่รัฐให้การรับรอง เพื่อยืนยันว่าไม่พบสารตกค้างและยาต้านจุลชีพต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด

วัชระพล ขาวขำ สั่งแก้มาเลเซียแบนกุ้งไทย ปมตอบโต้ตรวจเข้มปลากะพง

ทั้งนี้เมื่อสินค้าปลากะพงขาวจากมาเลเซียนำเข้ามาถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจประมงจะดำเนินการอายัดสินค้าและเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ทุกรอบการนำเข้า จนกว่าจะได้รับผลการตรวจสอบ หากพบสารตกค้างหรือยาต้านจุลชีพตามที่กำหนด จะไม่อนุญาตให้นำเข้าและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทางการมาเลเซียระบุว่าจะพิจารณาทบทวนมาตรการระงับนำเข้ากุ้งจากไทยอีกครั้งเมื่อได้รับคำชี้แจงด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารจากหน่วยงานไทยครบถ้วน