กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ‘ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน’ ขยายตัวต่อเนื่อง ปี 2568 มีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่สูงสุดในรอบ 7 ปี จำนวน 512 ราย มูลค่าทุนรวมกว่า 858 ล้านบาท สะท้อนเทรนด์ ‘บ้านยุคใหม่’ ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยี
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน’ กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจบริการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต อัตลักษณ์ และการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย
สอดรับกับเทรนด์การออกแบบยุคใหม่ อาทิ สไตล์ Japandi ที่ผสมผสานความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นกับความอบอุ่นสไตล์สแกนดิเนเวีย หรือสไตล์ Modern Tropical ที่เน้นความอบอุ่นและสอดคล้องกับภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย รวมถึงแนวคิด Invisible Smart Home การใช้เทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันและสอดรับกับสถาปัตยกรรมอย่างไร้รอยต่อ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน พบว่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562 - 2568) ธุรกิจฯ มีการจัดตั้งใหม่สูงกว่าการเลิกกิจการอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่รวม 3,129 ราย ขณะที่เลิกกิจการรวม 521 ราย หรือมีอัตราการจัดตั้งใหม่สูงกว่าการเลิกกิจการเฉลี่ยประมาณ 6 เท่า สำหรับปี 2568 ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ในรอบ 7 ปี โดยมีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่จำนวน 512 ราย และมูลค่าทุนจัดตั้งใหม่รวม 859 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดยังเปิดรับผู้ประกอบการรายใหม่ และยังมีความต้องการใช้บริการในระดับสูง
ด้านผลประกอบการธุรกิจ แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงก่อนชะลอตัว (ปี 2560 - 2562) ที่มีรายได้รวมเฉลี่ย 44,000 - 46,000 ล้านบาทต่อปี จากนั้นเข้าสู่ช่วงชะลอตัว (ปี 2563 - 2564) รายได้รวมลดลงเหลือประมาณ 36,000–37,000 ล้านบาท และช่วงฟื้นตัว (ปี 2565 - 2567) รายได้และกำไรกลับมาเติบโตอย่างชัดเจน โดยในปี 2567 มีรายได้รวม 58,959 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 3,009 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NPM) เพิ่มขึ้นจาก 1.44% ในปี 2560 เป็น 5.10% ในปี 2567
ด้านการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมีมูลค่ารวม 1,140 ล้านบาท โดยจีนเป็นผู้นำการลงทุนสูงสุด 393 ล้านบาท รองลงมาคือ ญี่ปุ่น 110 ล้านบาท สิงคโปร์ 85 ล้านบาท มาเลเซีย 48 ล้านบาท และฮ่องกง 42 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลให้การแข่งขัน ในตลาดกลุ่มพรีเมียมและงานโครงการมีความเข้มข้นมากขึ้นในอนาคต
ปัจจุบันประเทศไทยมีธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจำนวนทั้งสิ้น 6,177 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 15,783 ล้านบาท โดยโครงสร้างธุรกิจมีลักษณะ ‘พีระมิด’ กล่าวคือ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (S) มีจำนวน 5,966 ราย คิดเป็น 96.58% ของธุรกิจทั้งหมด รองลงมาคือธุรกิจขนาดกลาง (M) จำนวน 182 ราย คิดเป็น 2.95% และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) จำนวน 29 ราย คิดเป็น 0.47%
แม้ธุรกิจรายใหญ่จะมีจำนวนไม่มาก แต่มีศักยภาพด้านเงินทุนสูงและสามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่ได้ดีกว่า สำหรับพื้นที่การดำเนินธุรกิจพบว่า ธุรกิจกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลัก โดยกรุงเทพมหานครมีจำนวนธุรกิจถึง 3,000 ราย รองลงมาคือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และชลบุรี สะท้อนว่าธุรกิจยังพึ่งพาตลาดเมือง โครงการอสังหาริมทรัพย์ และกำลังซื้อในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ”
“ ภาพรวมธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการที่จะสามารถแข่งขันและขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง พัฒนาคุณภาพงาน บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับจากงานรายชิ้นไปสู่งานโครงการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” นายพูนพงษ์ กล่าว

