วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2569

Login
Login

ดีเดย์ใช้จ่ายวันแรก "ไทยช่วยไทยพลัส" 3 ชั่วโมง ยอดทะลุ 170 ล้าน

ดีเดย์ใช้จ่ายวันแรก "ไทยช่วยไทยพลัส" 3 ชั่วโมง ยอดทะลุ 170 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 มิ.ย.) เมื่อเวลา 9.00 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทีมงานลงพื้นที่สำรวจตลาดสดธนบุรี เพื่อติดตามความพร้อมและบรรยากาศการใช้จ่ายวันแรกของโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยมีตัวแทนจากธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้พัฒนาระบบเบื้องหลังร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย 

นายเอกนิติ เปิดเผยจากการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินตลาดว่า เป้าหมายหลักของโครงการนี้ไม่ใช่เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการช่วยเหลือและลดค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยตรงเนื่องจากปัจจุบันเกิดวิกฤตของแพงทั่วโลกซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในตะวันออกกลาง 

โดยรูปแบบของโครงการ รัฐจะช่วยสมทบค่าใช้จ่ายให้ 60% ของราคาสินค้ากำหนดสิทธิสมทบจากรัฐสูงสุดวันละ 200 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินที่ประชาชนจ่ายเองจะสามารถซื้อสินค้าได้ 333 บาทต่อวัน และจำกัดสิทธิที่เดือนละ 1,000 บาท โดยไม่สามารถสะสมยอดข้ามวันได้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่า วงเงินดังกล่าวเพียงพอต่อการซื้อของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 

นายเอกนิติ กล่าวเน้นย้ำว่า โครงการในครั้งนี้มีการเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับร้านค้าผ่าน ระบบ AI ที่มีชื่อว่า "นกกระซิบ"ซึ่งฝังตัวอยู่ในแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" แบบอัตโนมัติ ระบบนี้จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้พ่อค้าแม่ค้าโดยตรง เช่น สินค้าใดขายดี ช่วงเวลาใดขายดีที่สุด และวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนราคาสินค้า เพื่อให้ร้านค้าสามารถวางแผนการจัดเตรียมสินค้าได้อย่างแม่นยำ 

นอกจากนี้ ในอนาคตกระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทย มีแผนจะนำข้อมูลสรุปยอดขายจาก AI นกกระซิบ ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคารของรัฐได้โดยตรง เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยให้หลุดพ้นจากการกู้หนี้นอกระบบ 

ในด้านความพร้อมของระบบและตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมแล้วประมาณ 26.5 ล้านคน ซึ่งถือว่ามีการจัดเตรียมสิทธิไว้เพียงพอโดยที่ประชาชนไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียน

ขณะที่ร้านค้ามีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วราว 1.05 ล้านร้านค้า โดยโครงการนี้เน้นเปิดรับเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยตามท้องตลาด และไม่อนุญาตให้ร้านค้ากลุ่มโมเดิร์นเทรดเข้าร่วม เพื่อกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง สำหรับร้านค้ารายใหม่ยังคงสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ 

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้รายงานความคืบหน้ายอดการใช้จ่าย ณ เวลา 09:00 น. ของวันแรก พบว่า มียอดการใช้จ่ายสะสมแล้วประมาณ 170 ล้านบาท จากผู้ใช้งานเกือบ 900,000 คน โดยมีการทำธุรกรรมทะลุ 1.1 ล้านรายการ และมีร้านค้าที่รับชำระเงินแล้วราว 220,000 แห่งทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ ระบบของธนาคารกรุงไทย ได้เตรียมความพร้อมรองรับธุรกรรมสูงสุดถึง 300,000 รายการต่อวินาที ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาคาดว่าช่วงเวลาที่มีการทำธุรกรรมหนาแน่นที่สุดจะอยู่ช่วง 16:00 น. ของวันจันทร์และวันอังคาร