วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

กกพ. เร่งชง Direct PPA แก้ระบบสายส่ง รับคลื่นลงทุน Data Center ยอดจองเกิน 5 เท่า

กกพ. เร่งชง Direct PPA แก้ระบบสายส่ง รับคลื่นลงทุน Data Center ยอดจองเกิน 5 เท่า

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานนะโฆษก กกพ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดให้สิทธิ์ Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงว่า กระบวนการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาและเสร็จสิ้นขั้นตอนระดับนโยบายมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ทั้งการนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) การออกประกาศหลักเกณฑ์ ตลอดจนวิธีการคัดเลือก ปัจจุบันเหลือเพียงขั้นตอนที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กพช. ในอีกไม่ช้า

สำหรับอัตราค่าบริการนั้น หลังจากที่มีการประกาศอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว หรือ UGT 2 ออกมาแล้ว อัตราดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง (Benchmark) และเป็น Reference ที่ดีในการคำนวณอัตราของ Direct PPA ต่อไป ดังนั้น การเทียบเคียงตัวเลขจะไม่ลักลั่นไปจาก UGT 2 โดยพยายามให้อยู่ในแนวทางเดียวกัน แต่อาจมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ อัตราเฉลี่ยของ UGT 2 ในปัจจุบันอยู่ที่ 4.09 บาทต่อหน่วย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 อัตราตามระดับแรงดัน ได้แก่ แรงดันสูง (High Voltage) ซึ่งจะมีราคาถูกที่สุด, แรงดันกลาง (Medium Voltage) และแรงดันต่ำ (Low Voltage) ที่จะมีราคาแพงที่สุด ขณะที่โครงการ UGT 1 ปัจจุบันยังคงมีปริมาณไฟฟ้าเหลืออยู่ โดยจากโควตาทั้งหมดเทียบเท่าเขื่อนขนาดใหญ่ประมาณ 5 เขื่อน ขณะนี้มีการเรียกใช้ไปแล้วประมาณ 2,000 ล้านหน่วย หรือคิดเป็น 25% (ประมาณ 1 ใน 4) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้สิทธิ์ Direct PPA ในรอบนี้ จะจำกัดปริมาณไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ และให้สิทธิ์เฉพาะกลุ่ม Data Center เท่านั้น ยังไม่ได้เปิดเป็นการทั่วไป เนื่องจากมติ กบง. กำหนดให้ทดลองในเฟสแรกเพื่อประเมินข้อดีข้อเสีย รวมถึงศึกษาผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับระบบสายส่ง (Grid) ของประเทศ

“เรื่องอัตราค่าไฟของ Data Center ที่มีกระแสข่าวว่าอาจต้องจ่ายแพงกว่าปกตินั้น ในแง่หนึ่งราคาค่าไฟบ้านเราถือว่าจูงใจให้เกิดการลงทุนอยู่แล้ว แต่เราต้องมองภาพรวมด้วยว่า การเข้ามาของ Data Center จะช่วยพัฒนาประเทศอย่างไร เช่น การจ้างงาน การพัฒนาบุคลากรด้าน AI และการรองรับเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ ดังนั้น อัตราที่เหมาะสมจะต้องมีการคำนวณอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่น และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้ลงทุน และภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ”

นอกจากนี้ ในการเสนอ กพช. รอบนี้ จะยังไม่มีการเสนอเรื่องอัตราค่าไฟของ Direct PPA แต่จะเป็นการเสนอหลักเกณฑ์การคัดเลือกและมาตรการป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะการกำหนดหลักประกันการใช้โครงข่ายไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการยื่นความจำนงแล้วทิ้งโครงการ ซึ่งจะกลายเป็นภาระต้นทุนสายส่งของประชาชนในอนาคต โดยล่าสุด กบง. เห็นชอบให้กำหนดวงเงินหลักประกันไว้ที่ 4.5 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์

“Thailand Power Map” เครื่องมือจัดระเบียบโครงข่าย

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ Data Center แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก (เกินกว่า 10,000 เมกะวัตต์) ทำให้ กกพ. ต้องพิจารณาตัวเลขสายส่งและกำลังการผลิตอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในระบบ และกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ที่ผ่านมา กกพ. ร่วมกับ 3 การไฟฟ้า ได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า Thailand Power Map เพื่อให้นักลงทุนสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าพื้นที่ใด (Area) ที่ยังมีศักยภาพสายส่งรองรับได้ (พื้นที่สีเขียว) หรือพื้นที่ใดที่ระบบเต็มแล้ว (พื้นที่สีแดง) โดยนักลงทุนต้องนำข้อมูลนี้ไปประกอบการพิจนาราร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น แหล่งน้ำ และระบบโทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ค่อนข้างหนาแน่นเต็มพื้นที่แล้ว ทำให้นักลงทุนเริ่มขยับออกไปหาพื้นที่โดยรอบแทน

ส่วนความคืบหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนนั้น ภายหลังจากที่ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นไปเรียบร้อยแล้ว ทาง กกพ. ได้แจ้งผลและส่งเรื่องกลับไปยังฝ่ายนโยบาย โดยปัจจุบันมี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการเรื่องนี้

ทั้งนี้ จากการเปิดประชาพิจารณ์ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีบางหัวข้อที่เป็นข้อห่วงใยจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจำเป็นต้องมีการนำเสนอกลับไปให้ฝ่ายนโยบายพิจารณาและยืนยันแนวทางที่ชัดเจนกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่จะดำเนินโครงการในขั้นตอนต่อไป โดยเข้าใจว่าในขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานกำลังเตรียมเรื่องเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเร็วๆ นี้

“ข้อห่วงใยมีอยู่หลายประเด็นครับ เช่น เรื่องของแนวทางการแบ่งปันส่วนลดค่าไฟฟ้าว่าจะมีการกระจายอย่างไร จะให้กระจายถั่วเฉลี่ยเท่ากันทั่วประเทศ หรือจะจำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะชุมชนที่มีการตั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของวิธีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ว่าจะใช้เกณฑ์ใครมาก่อนได้ก่อน หรือควรพิจารณาจากเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความรอบคอบและได้ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีคุณภาพที่สุด” นายพูลพัฒน์ กล่าว

โซลาร์ประชาชนจ่อคลอดเกณฑ์ มิ.ย. 69

สำหรับความคืบหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ถายหลังจากที่มีมติ กพช. ออกมา และส่งต่อมายัง กกพ. ขณะนี้ทางสำนักงาน กกพ. ได้จัดทำร่างประกาศหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถสรุปเกณฑ์ทั้งหมดเพื่อออกประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้ภายในเดือนมิ.ย. นี้

ส่วนกรณีที่รัฐบาลมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการกกพ. ชุดใหม่นั้น ทางสำนักงาน กกพ. ยินดีที่จะให้ความร่วมมือทั้งในด้านข้อมูลและระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆ แต่เนื่องจากเรื่องนี้มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ก่อนจัดตั้งสำนักงาน กกพ. ข้อมูลบางส่วนจึงอยู่ที่ สนพ. ซึ่งต้องนำมาพิจนาราร่วมกัน

ประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการทบทวน คือ จากกรณีที่แอดเดอร์เดิมที่กำลังจะหมดสัญญ รวมถึงสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ไม่มีวันหมดอายุ (สัญญานิรันดร์) ซึ่งระเบียบสากลทั่วไปไม่ควรมีสัญญาที่ไม่มีวันสิ้นสุด จึงต้องปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสม ส่วนค่า AP และ EP นั้น หากมี Data Center เข้ามาเพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้าที่เคยสแตนด์บายอยู่ก็อาจถูกเรียกเดินเครื่อง จนทำให้ค่า AP/EP ลดลงได้

“เรื่องโรงไฟฟ้าสแตนด์บายมันเหมือนเหรียญสองด้าน วันใดที่ไฟฟ้าไม่ดับ เราจะมองว่าโรงไฟฟ้าเหล่านี้เป็นส่วนเกิน แต่หากวันใดเกิดภัยธรรมชาติหรือวิกฤติพลังงาน เช่น ช่วงวิกฤติรัสเซีย-ยูเครน ที่ราคาก๊าซพุ่งสูงจาก 8-9 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ไปกว่า 30 ดอลลาร์ จนเราต้องสลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าดีเซลเพื่อประคองระบบ วันนั้นเราจะเห็นความจำเป็นของโรงไฟฟ้าเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือการหาจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความมั่นคงของระบบและต้นทุนค่าไฟที่ประชาชนต้องแบกรับ” นายพูลพัฒน์ กล่าว