ความไม่มั่นคงด้านพลังงาน กำลังเป็นปัญหาปัจจุบันที่หลายประเทศต้องการแก้ไข ขณะเดียวกันเพื่อไม่ให้ความไม่มั่นคงนี้คุกคามการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจการวางระบบเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเร็วๆี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ผู้แทนจากธนาคารโลก (World Bank: WB) ร่วมหารือเกี่ยวกับแนวนโยบายด้านพลังงานของไทย และความคืบหน้าของโครงการความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาค ซึ่งธนาคารโลกประสงค์ที่จะแสวงหาโอกาสสร้างความร่วมมือในการสนับสนุนโครงการด้านพลังงานของไทยในอนาคต
นายเอกนัฏ ได้เน้นย้ำนโยบายด้านพลังงานของไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมทั้งเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการระบบพลังงานและการกักเก็บพลังงาน รวมถึง การส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาค ผ่านโครงการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคีข้ามพรมแดน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ (Lao PDR–Thailand–Malaysia–Singapore Power Integration Project :LTMS-PIP) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าในภูมิภาค และเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการแรกภายใต้ข้อริเริ่ม ASEAN Power Grid (APG) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนต่อไป
ทั้งนี้ ฝ่ายธนาคารโลกได้ยืนยันถึงความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในหลากหลายมิติ อาทิ การสนับสนุนด้านการเงิน การศึกษาเชิงนโยบาย และความช่วยเหลือทางเทคนิคสำหรับโครงการพลังงานสะอาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ตลอดจนการสนับสนุนผ่านกลไกการจัดหาเงินทุนสำหรับการพัฒนาภายใต้กรอบความร่วมมือทางการเงินเพื่อการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าข้ามพรมแดนอาเซียน หรือ APGF (APG Financing Facility: APGF) เพื่อส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาโครงการด้านพลังงานในระดับภูมิภาค
ด้านการหารือทวิภาคีร่วมกับนางสาวหว่อง เสี่ยว ผิง แคเทอริน เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนผ่านโครงการ LTMS-PIP ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคีที่ประสบความสำเร็จเป็นโครงการแรกภายใต้ข้อริเริ่ม APG ซึ่งฝ่ายสิงคโปร์ได้แสดงความขอบคุณไทยที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการดังกล่าว
นอกจากนี้ ขอให้ไทยพิจารณาประเด็นดังกล่าวให้เป็นผลสำเร็จในฐานะประธานอาเซียนอย่างต่อเนื่อง (multi-year Chairmanship deliverable) ในช่วงที่สิงคโปร์และไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อเนื่องกันในปี 2570 และ 2571 โดยถือว่า APG เป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญในหลายมิติ ทั้งในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พลังงาน และความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในระยะยาว
ด้านนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ให้การต้อนรับ นาย Chris Picton MP รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาแห่งรัฐเซาท์ออสเตรเลีย หารือเพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับมาตรการรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงานและการส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านพลังงานร่วมกัน
ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือภายใต้เวที The Australia - Thailand Energy Policy Dialogue หรือ ATEPD ซึ่งเป็นเวทีหารือเชิงนโยบายเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทยและออสเตรเลีย โดยฝ่ายออสเตรเลียรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม The Australia - Thailand Energy Policy Dialogue ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนส.ค. 2569 นี้
ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือเพื่อระบุประเด็นความร่วมมือด้านพลังงานที่มีศักยภาพ อาทิ การซื้อขายก๊าซธรรมชาติและแร่ธาตุหายาก เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel; SAF) โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน การลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่ รวมถึง ความร่วมมือด้านพลังงานในช่วงสภาวะวิกฤติ เป็นต้น
โดยปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้มีความร่วมมืออยู่ระหว่างการดำเนินการภายใต้โครงการความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและออสเตรเลีย ฉบับปี พ.ศ. 2569 - 2573


