วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569

Login
Login

วิกฤติต้นทุนถล่ม SME ดัชนีเชื่อมั่น เม.ย. ต่ำสุดรอบหลายเดือน สสว. เร่งอัด 2 โครงการฟื้นธุรกิจ

ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SME Sentiment Index: SMESI) ประจำเดือนเม.ย. 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,797 ราย ครอบคลุมทุกภูมิภาค และ 27 สาขาธุรกิจ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่น SME เดือนเม.ย.2569 อยู่ที่ระดับ 46.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 

สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีปัจจัยสนับสนุนก็ตาม โดยสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ  
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของดัชนี และปัจจัยรายด้าน พบว่ามีรายละเอียด และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ 

1. ต้นทุนยังเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดความเชื่อมั่น โดยดัชนีด้านต้นทุนอยู่ในระดับต่ำที่ 33.6 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 3.7 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของผู้ประกอบการอย่างชัดเจน 

2. ปริมาณการผลิตได้รับผลกระทบในระดับที่มากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 3.1 

3. การจ้างงาน และการลงทุนชะลอตัว แม้ว่าจะยังไม่ชะลอตัวลงมากนัก แต่ผู้ประกอบการยังคงมีความระมัดระวังต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม  

4. ความเชื่อมั่นรายภูมิภาคปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากตะวันออกกลางทำให้ความเชื่อมั่นของ SME ลดลง และต่ำกว่าค่าฐานในทุกภูมิภาค โดยภาคตะวันออก และภาคใต้มีระดับความเชื่อมั่นต่ำที่สุด 

5. ทุกภาคธุรกิจ ทั้งการผลิต การค้า และบริการ มีดัชนีต่ำกว่าระดับ 50 และลดลงจากเดือนก่อนหน้า 

ขณะที่ผลกระทบแยกตามภาคธุรกิจ ในภาคการผลิต ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบต่างประเทศที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก โลหะ ไม้ และเฟอร์นิเจอร์ ภาคการค้า  เผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้ออ่อนแอ ประกอบกับต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น ภาคบริการ (ท่องเที่ยว และโรงแรม) ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น แม้จะเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็ตาม 

สำหรับ ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 46.4 ซึ่งปรับตัวลดลงเช่นกัน สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังประเมินว่าเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงและกังวลเรื่องภาวะต้นทุน แม้คำสั่งซื้อจะอยู่ในระดับที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มั่นใจในการเพิ่มการผลิตหรือขยายการลงทุน 

ดร.ปณิตา กล่าวว่า การประคับประคองความเชื่อมั่นของ SME จำเป็นต้องทำควบคู่กันในหลายมิติ ทั้งการดูแลต้นทุน การเพิ่มสภาพคล่อง การขยายช่องทางตลาด การยกระดับผลิตภาพ และสนับสนุนการปรับตัวด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และมาตรฐานธุรกิจ เพื่อรับมือแรงกดดันระยะสั้น และเติบโตในระยะยาว ในปีนี้ สสว. จึงได้ดำเนินโครงการสำคัญ 2 โครงการ เพื่อปลดล็อกศักยภาพ SME ไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล โดยโครงการแรกคือ โครงการ Empowering SME ไทยก้าวสู่อนาคต 

ถือเป็นโครงการที่เน้นสร้างผู้ประกอบการให้ "โตได้ไกล ไปได้จริง" (จัดขึ้นเป็นปีแรก) มุ่งสร้างผู้นำกลุ่ม SME ที่จะเป็นตัวอย่างความสำเร็จ ซึ่งกระบวนการพัฒนา ประกอบด้วย การวิเคราะห์เพื่อค้นหาประเด็นการพัฒนาเฉพาะด้าน และให้ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าไปเสริมความรู้เชิงลึกแบบเฉพาะตัว 

โดยเน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจระดับโลก คือ 1. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transition) 2. การพัฒนานวัตกรรม (Innovation Transition) และ 3. การยกระดับสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) 

นอกจากการให้คำปรึกษาแนะนำแบบเฉพาะตัวแล้ว ยังมีส่วนที่เข้าไปช่วยวิเคราะห์ธุรกิจ และจัดทำ roadmap การพัฒนาธุรกิจในระยะ 3 ปี ให้กับผู้ประกอบการด้วย ซึ่งจะทำให้ SME สามารถมีแนวทาง และทิศทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจบโครงการ ซึ่งปีนี้ได้มีการคัดเลือกผู้ประกอบการ ได้ SME 38 รายเข้าร่วมการพัฒนาที่รอบด้านจากโครงการ Empowering SME สสว. เชื่อว่าด้วยโมเดลการทำงานที่เข้มข้นนี้จะสามารถสร้างผู้นำในกลุ่ม SME ที่จะสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

สำหรับอีกโครงการหนึ่งคือ โครงการ SME National Awards หรือ โครงการประกวดสุดยอด SME แห่งชาติ ซึ่ง สสว. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 18 เป็นโครงการที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยเจียระไนให้ธุรกิจก้าวสู่ระดับผู้นำได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประกวด แต่มีกระบวนการให้คำปรึกษาแนะนำโดยปรับใช้แนวปฏิบัติในการบริหารจัดการที่เป็นระดับสากลคือ แนวทางของเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award (TQA) SME ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการประเมิน ชี้แนะแนวทางในการพัฒนาให้สอดคล้องกับเกณฑ์ 

ทั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ รวมทั้งปีนี้มีการจัดเวทีประกวดให้รางวัลแก่สุดยอด SME ในแต่ละจังหวัดด้วย (SME Provincial Awards) โดยใช้แนวทางเดียวกับการประกวดระดับชาติ ซึ่งจะทำให้การประกอบธุรกิจของ SME มีมาตรฐานในการบริหารจัดการ และขยายวงกว้างไปถึงธุรกิจในระดับภูมิภาคด้วย ช่วยให้ธุรกิจในภูมิภาคมีการพัฒนาเป็นต้นแบบให้กับธุรกิจอื่นๆ 

ปีนี้มี SME เข้าสู่การพัฒนา และยกระดับธุรกิจ กว่า 500 ราย ซึ่งทุกรายจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการธุรกิจระดับสากล สามารถปรับปรุงธุรกิจให้มีประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง และมีที่ปรึกษาให้คำแนะนำการปรับธุรกิจด้านอื่นๆ อีกด้วย 

"สสว. มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเคียงข้าง และสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งเติมเครื่องมือ และองค์ความรู้เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนในเวทีสากล" ดร.ปณิตา กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์