สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA เผยแพร่รายงานสถานการณ์น้ำมันโลก สาระส่วนหนึ่งระบุว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางเกิดขึ้นรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในไตรมาส 2/2569
โดยความต้องการใช้น้ำมันลดลงถึง 2.45 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และมาตรการประหยัดพลังงานที่เริ่มส่งผลต่อการใช้เชื้อเพลิงในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการบิน
ด้านอุปทานน้ำมันโลก ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยในเดือนเม.ย. 2569 ปริมาณการผลิตน้ำมันโลกอยู่ที่ 95.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตที่หายไปนับตั้งแต่เดือนก.พ.รวมสูงถึง 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับได้รับผลกระทบหนักจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยกำลังการผลิตต่ำกว่าระดับก่อนสงครามถึง 14.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้การเพิ่มการส่งออกจากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกจะช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยการสูญเสียอุปทานจากตะวันออกกลาง
สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงาน รายงานปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ค. 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 117 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 31 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 35 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 26 วัน
โดยการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1- 10 พ.ค.2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 69.28 ล้านลิตร และจำหน่าย 58.05 ล้านลิตร
ยูเออีสนลงทุนคลังสำรองน้ำมันในไทย
เมื่อเร็วๆนี้นายโอเบด ซาอีด โอเบด บินตาเรช อัลดาเฮรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)ประจำประเทศไทย เข้าพบนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
นายอัลดาเฮรี แจ้งว่า บริษัท Abu Dhabi National Oil Company (ADNOC) ได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งในการร่วมลงทุนในคลังสำรองน้ำมัน (Oil reserve facility) ในประเทศไทย รวมถึงการร่วมพัฒนาโครงการด้านพลังงานที่สำคัญอื่นๆ ที่มีศักยภาพในประเทศไทย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการขยายความร่วมมือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่เพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะการพัฒนา Data Center ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการพลังงาน และการรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อีกด้วย
เอกนัฏเผยไทยเปิดยื่นสิทธิ์สำรวจอันดามัน
ด้านนายเอกนัฏ กล่าวว่า ไทยยินดีเปิดรับการลงทุนจากภาคเอกชนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะ การเปิดรับการยื่นขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งอันดามัน และการสร้างคลังสำรองน้ำมัน (Crude oil storage) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายภาพใหญ่ของประเทศในการพัฒนาการสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) และโครงการ Land bridge ของไทย ที่มุ่งเน้นครอบคลุมทั้งการพัฒนาท่าเรือ โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบท่อส่งปิโตรเลียม เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเป็นหลักประกันความมั่นคงทางพลังงานร่วมกันท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกและวิกฤตพลังงานที่ผันผวนในปัจจุบัน
โดยไทยพร้อมใช้ประโยชน์จากจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและการค้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียน อีกทั้งความร่วมมือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงาน และสร้างความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกในปัจจุบัน
“กระทรวงพลังงานจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือในรายละเอียดเชิงเทคนิคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป”
ญี่ปุ่นเร่งความร่วมมือสำรองพลังงาน
ก่อนหน้านั้น นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าพบนายเอกนัฏ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อหารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานทวิภาคีระหว่างไทยและญี่ปุ่นภายใต้เวทีการประชุม Japan-Thailand Energy Policy Dialogue (JTEPD) และกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC)
นายโอตากะ ระบุว่า ญี่ปุ่นแสดงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานร่วมกัน อาทิ การสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Reserve) และการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว การส่งเสริมการลงทุนและการซื้อขายเชื้อเพลิงชีวภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยี Smart Grid และ AI เพื่อบริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงาน และกลไกการหารือเชิงนโยบายและวิชาการ (Consultation Engagement) ในด้านการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
โอกาสนี้ นายเอกนัฏ ได้เน้นย้ำทิศทางนโยบายด้านพลังงานของไทยที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสวงหาโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตทางพลังงานใน ปัจจุบัน การเปิดตลาดพลังงานเพื่อส่งเสริมการถึงพลังงานสะอาดและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนการพัฒนากลไก Direct PPA (สัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA))เพื่อรองรับการขยายตัวของ Data Center และภาคอุตสาหกรรมร่วมกับญี่ปุ่นต่อไป
2ใน3แอ่งอันดามัน พบปิโตรเลียมแล้ว
ในปี 2569 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีแผนจะเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอันดามัน (ครั้งที่ 26) หรือ The 26th Thailand Petroleum Bidding Round ซึ่งมีเพียง 1 แปลงสำรวจ (แปลง A1/68) ครอบคลุมพื้นที่รวม 60,277.92 ตารางกิโลเมตร มีขอบเขตแปลงอยู่ห่างจากขอบเขตชายฝั่งระยะนอก 12 ไมล์ทะเลอาณาเขต ซึ่งเป็นระยะปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณจังหวัดทางภาคใต้และพื้นที่เกาะต่าง ๆ ครอบคลุมบริเวณแอ่งสะสมตะกอน จำนวน 3 แอ่ง คือ แอ่งเมอร์กุย (Mergui Basin) แอ่งสุมาตราเหนือ (North Sumatra Basin) และแอ่งอันดามันตะวันออก (East Andamand Basin)
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า แอ่งเมอร์กุย (Mergui Basin) และแอ่งสุมาตราเหนือ (North Sumatra Basin) มีการสำรวจพบปิโตรเลียมแล้ว และมีโอกาสพัฒนาเป็นพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมได้ในอนาคต โดยแอ่งสุมาตราเหนือ (North Sumatra Basin) มีขอบเขตพื้นที่อยู่ในประเทศไทยและต่อเนื่องกับพื้นที่ที่มีการค้นพบปิโตรเลียมของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีการเจาะหลุมพบปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์อย่างน้อย 2 หลุม คือหลุม Timpan-1 และ Layaran-1 ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะค้นพบปิโตรเลียมในแปลง A1/68 ในทะเลอันดามันเช่นกัน
สำหรับการเปิดพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นโอกาสดึงดูดทุนขนาดใหญ่เข้ามาร่วมพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม ช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
การเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 ในทะเลอันดามัน ถือเป็นความพยายามสำคัญของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในการเร่งรัดให้เกิดการสำรวจในทะเลน้ำลึกและเพิ่มโอกาสในการค้นพบแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติแหล่งใหม่ของประเทศ นำไปสู่การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานท่ามกลางความต้องการใช้ก๊าซและน้ำมันที่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

