วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

ไทย-เวียดนาม MOU 4 ฉบับ เพิ่มการค้า 2.5 หมื่นล้าน พัฒนาเทคโนโลยี-ตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบิน

ไทย-เวียดนาม MOU 4 ฉบับ เพิ่มการค้า 2.5 หมื่นล้าน พัฒนาเทคโนโลยี-ตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบิน

วันนี้ (วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569) เวลา 11.35 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (H.E. Mr. To Lam, General Secretary of the Central Committee of the Communist Party of Viet Nam and the President of the Socialist Republic of Viet Nam) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ และเอกสารความร่วมมือสำคัญระหว่างไทย และเวียดนาม ก่อนร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย - เวียดนาม และแถลงข่าวร่วม ซึ่งบรรยากาศการพบหารือ ทั้งการหารือแบบเต็มคณะ  (Plenary) และพิธีการต่างๆ เป็นไปด้วยความอบอุ่น และชื่นมื่น สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทย และเวียดนาม พร้อมทั้งแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศในการสานต่อ และยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ไทย-เวียดนาม MOU 4 ฉบับ เพิ่มการค้า 2.5 หมื่นล้าน พัฒนาเทคโนโลยี-ตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบิน

ทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ และเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

1. แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย–เวียดนาม ปี 2569 – 2574 (Plan of Action on Implementing the Comprehensive Strategic Partnership between Thailand and Viet Nam 2026 – 2031)

2. การแลกหนังสือทางการทูตระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม เพื่อยืนยันว่าทั้งสองกระทรวงเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการดำเนินงาน และการประสานความร่วมมือภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Exchange of Diplomatic Notes between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Science and Technology of the Socialist Republic of Viet Nam confirming that the two ministries are the lead agencies responsible for the implementation and coordination of cooperation under the Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Socialist Republic of Viet Nam on Cooperation on Science, Technology and Innovation)

3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน

(MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) และ เวียตเจ็ท (VIETJET GROUP) (Memorandum of Understanding on the Collaboration for the Development of MRO Center at U-Tapao International Airport)

 


ไทย-เวียดนาม MOU 4 ฉบับ เพิ่มการค้า 2.5 หมื่นล้าน พัฒนาเทคโนโลยี-ตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบิน

4. บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการปกครองแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Memorandum of Understanding between the Academy of Public Administration and Governance, Vietnam and Khon Kaen University)

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีเวียดนาม ได้ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนาน การเติบโตร่วมกัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของไทย และเวียดนาม ผ่านการออกแบบเลข “5” ที่สื่อถึงความก้าวหน้า และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเลข “0” ที่สื่อถึงความมั่นคง และความเป็นเอกภาพ เพื่อนำพาทั้งสองประเทศก้าวสู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรียินดีที่ประธานาธิบดีเวียดนามเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนถึงมิตรภาพ และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในปีแห่งการครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - เวียดนาม โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามแลกเปลี่ยนแผนปฏิบัติการว่าด้วยการดำเนินความร่วมมือภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระยะต่อไปอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม

ด้านประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวยินดีที่ได้เยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการในช่วงเวลาสำคัญของการครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - เวียดนาม พร้อมขอบคุณรัฐบาล และประชาชนชาวไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ โดยชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาประเทศในระยะต่อไปได้อย่างประสบความสำเร็จ ทั้งยังชื่นชมบทบาทสำคัญของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียน พร้อมย้ำว่าเวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศไทย และพร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมหารือเเบบเต็มคณะ ถึงประเด็นต่างๆ ดังนี้

1. ด้านการเมือง และความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านการทหาร การป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะ Online Scam และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และย้ำหลักการไม่อนุญาตให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และจะร่วมกันผลักดันการดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมถึงการธำรงบทบาทแกนกลางของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาค

2. ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะไปเปิดงานสัมมนาทางธุรกิจไทย-เวียดนามในบ่ายวันนี้ด้วย พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเร็ว รวมถึงส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยน MOU ระหว่างบริษัท Vietjet กับ EEC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในพื้นที่ EEC

ไทย และเวียดนาม จะร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Three Connects” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ ประกอบด้วย การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์สีเขียว โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กันไป

3. ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ยินดีที่ได้มีการแลกหนังสือทางการทูตระหว่างหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีการเกษตร ตลอดจนหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้ไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ร่วมกันมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาในอนุภูมิภาคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

ในช่วงท้าย ประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนเวียดนามในโอกาสแรก ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ผลการหารือในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทย - เวียดนาม ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของภาครัฐ และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนไทย และเวียดนามต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์