วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

ส.อ.ท. ผวา SME ไทยเข้าไอซียู กางแผนสู้สินค้าจีน-ทุนศูนย์เหรียญ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมไทยที่ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังสถิติปิดโรงงานพุ่งสูงรอบ 10 ไตรมาส โดย SME ไทยกระอักเจอศึกรุมเร้า 2 ด้าน “ต้นทุนการเงิน-ระเบียบรัฐ” ขณะที่ทุนจีนยกโขยงลุยไทยแบบ “ศูนย์เหรียญ” ไม่แบ่งเค้กซัปพลายเชนท้องถิ่น จึงเตรียมใช้กลไกสถาบันไทย-จีนรุกตลาดหัวเมืองรองแดนมังกรเพื่อกู้ชีพผู้ประกอบการไทยก่อนตายยกรัง

นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และประธานสถาบันเศรษฐกิจ และการลงทุนไทย-จีน ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงวิกฤติอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบันว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อมในภาคการผลิต หรือ SMI กำลังเผชิญกับภาวะอาการหนัก 

โดยสะท้อนจากตัวเลขการปิดโรงงานที่มากกว่าการเปิดใหม่ในรอบ 10 ไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเยียวยาอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องตายยกรัง

สินค้าจีนทะลัก “สองเด้ง” อัปเกรด-ราคาถูก

นายวีรชัย กล่าวว่า ปัจจัยภายนอกที่รุนแรงที่สุดเป็นการรุกคืบของสินค้าจากประเทศจีนที่ทะลักเข้าไทยในทุกมิติ โดยปัจจุบันไม่ได้มีเพียงสินค้าไร้คุณภาพราคาถูกเหมือนในอดีต แต่พัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีในราคาที่ยังคงต่ำกว่าไทยมาก 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ SME ไทยโดนผลกระทบสองเด้ง จนสูญเสียอำนาจการแข่งขันทั้งในประเทศ และตลาดส่งออกที่ถูกเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียช่วงชิงส่วนแบ่งไปในหลายเซกเตอร์

ส.อ.ท. ผวา SME ไทยเข้าไอซียู กางแผนสู้สินค้าจีน-ทุนศูนย์เหรียญ

สำหรับรูปแบบการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) โดยเฉพาะจากจีนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้ามาแบบศูนย์เหรียญในเชิงซัปพลายเชน ซึ่งต่างจากยุคญี่ปุ่นรุกไทยในปี 2531 ที่แม้ช่วงแรกจะนำซัปพลายเชนเข้ามาเอง แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้ผู้ผลิตไทยเข้าไปมีส่วนร่วมเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านภาษา และประชากร แต่สำหรับทุนจีนปัจจุบันอาจแยกออกเป็น 3 รูปแบบ คือ 

1.คนจีนเรียนรู้เร็ว โดยใช้เวลาเพียง 2 ปีก็พูดไทยชัดเจน ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนไทยมากเท่าญี่ปุ่น

2.ยกซัปพลายเชนมาเอง จีนถือเป็นผู้นำพันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วนเดิมจากจีนโดยเข้ามาตั้งโรงงานในไทยทั้งหมด ทำให้ SME ไทยที่อยู่ในซัปพลายเชนเดิม เช่น รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป เข้าไม่ถึงโอกาสในอุตสาหกรรมใหม่

3.ระยะทางใกล้ ด้วยความที่ประเทศไทยกับจีนการคมนาคมที่สะดวกทำให้จีนเชื่อมต่อฐานผลิตได้ง่ายกว่าญี่ปุ่นในอดีต

SME ไทย ดอกเบี้ยโหด-ระเบียบรัฐขวางทางรวย

นายวีรชัย กล่าวว่า นอกจากปัจจัยภายนอกแล้วยังมีปัจจัยภายในที่บั่นทอนศักยภาพ SME ไทยที่ต้องหาทางช่วยเหลือ ประกอบด้วย 

1.ความเหลื่อมล้ำทางการเงิน โดยผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถกู้เงินด้วยดอกเบี้ย 3% แต่ SME ต้องเจอ 12-18% หากเป็นรายย่อย (Micro) อาจต้องพึ่งหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงถึง 36-50% ต่อปี

2.Ease of Doing Business ที่ล้มเหลว การขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน (รง.4) และการขอสาธารณูปโภคมีความล่าช้า และซับซ้อน บางกรณีโรงงานสร้างเสร็จเป็นปีแต่ใบอนุญาตยังไม่ครบ กลายเป็นต้นทุนแฝงที่มหาศาล

3.มาตรการรัฐเข้าไม่ถึง แม้ภาครัฐจะมีงบประมาณช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) แต่อาจจะเผชิญกับเงื่อนไขที่กระจัดกระจายมากเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการเหนื่อยจนท้อที่จะเข้าถึง

กางยุทธศาสตร์ 2 ปี “ป้อง-พัฒนา-บุกตลาด”

นายวีรชัย กล่าวว่า ในวาระดำรงตำแหน่งประธาน SMI และสถาบันไทย-จีน ในฐานะรองประธาน ส.อ.ท.จะเดินหน้ายุทธศาสตร์ 3 ด้าน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตายช้าลงหรือรอดชีวิต แบ่งเป็น

1.การปกป้อง (Protection) ผลักดันให้ภาครัฐสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และนำเข้าไม่ถูกต้องผ่านกลไกสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมศุลกากรอย่างเข้มงวด

2.การพัฒนา (Development) สร้างศูนย์แชร์องค์ความรู้ด้าน AI, Automation และ Robotics เพื่อลดต้นทุนให้ SME รวมถึงให้คำแนะนำเรื่อง CBAM และ Carbon Credit เพื่อรับมือเกณฑ์การค้าโลกใหม่

3.การรุกตลาดจีน (Offensive) โดยใช้ Thailand Fever บุกตลาดเมืองรองของจีนที่มีประชากรมหาศาล เช่น มณฑลเหอหนาน ที่มีประชากรราว 108 ล้านคน โดย ส.อ.ท.จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางพาผู้ประกอบการไปหาพาร์ตเนอร์โดยตรงไม่ผ่านล้ง หรือ พ่อค้าคนกลางจีน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

ชู 5 อุตฯ ดาวรุ่ง Creativity คือ ทางรอด

นายวีรชัย กล่าวว่า เชื่อว่าไทยยังมีจุดแข็งที่จีนเลียนแบบยากคือ ความคิดสร้างสรรค์ และบริการด้วยใจ โดยมองเห็นโอกาสใน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 

1.Food Security พัฒนาอาหารแปรรูป และวัตถุดิบทางยา เช่น ทุเรียน หรือมะพร้าวสกัด ที่ไม่ใช่แค่ขายผลสด

2.Health Care Hub อุตสาหกรรมดูแลสุขภาพ และเครื่องสำอางไทยที่ติดระดับอินเตอร์

3.Tourism & Service ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเมืองรอง และการบริการเชิงลึก

4.Creative Industry งานโฆษณา และคอนเทนต์ไทยที่โดนใจชาวจีน

5.Niche Packaging บรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ไทยยังล้ำหน้าคู่แข่งในอาเซียน

“นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. จะตรวจการบ้านทุก 90 วัน ในวาระ 2 ปีหรือ 700 กว่าวันนี้ เราต้องทำงานหนักเพื่อเชื่อมโยงความช่วยเหลือจากภาครัฐมาให้ถึงมือ SME อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อขับเคลื่อนสถาบัน SMI ภายใต้แรงกดดันรอบด้านในปัจจุบัน” นายวีรชัย กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์