ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เติบโตจากบริษัทขนาดเล็กจนกลายเป็นกลุ่มพลังงานที่มีสินทรัพย์รวมระดับ 300,000-400,000 ล้านบาท โดยทุกการลงทุนต้องผ่านการศึกษารอบด้าน และมีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์รองรับ โดยเฉพาะโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อธุรกิจโรงกลั่นของกลุ่มบางจาก
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันและท่าเรือน้ำลึกจังหวัดเพชรบุรี ของบริษัท เอเชีย ลอจิสติกส์ เทอร์มินอล จำกัด (ALT) ผ่านบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และข้อสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความเหมาะสมของมูลค่าการลงทุน รวมถึงกระบวนการดำเนินธุรกรรม
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า โรงกลั่นบางจากพระโขนงตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อจำกัดด้านร่องน้ำ ทำให้เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง ส่งผลให้บริษัทต้องพึ่งพาระบบคลังน้ำมันภายนอก และเรือเก็บน้ำมันลอยน้ำ (Floating Storage Unit : FSU) มาอย่างต่อเนื่อง
ในอดีต บริษัทเคยใช้ FSU WYOMING ช่วงปี 2537-2542 รองรับกำลังการกลั่นประมาณ 70,000 บาร์เรลต่อวัน และมีความจุราว 400 ล้านลิตร ก่อนปรับมาใช้คลังน้ำมันใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2543 เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการกลั่นเป็นประมาณ 80,000 บาร์เรลต่อวัน
ต่อมาเมื่อธุรกิจเติบโต และกำลังการกลั่นเพิ่มเป็นประมาณ 120,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทจึงกลับมาใช้ FSU BONGKOT ในช่วงปี 2560-2565 เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว ความจุประมาณ 300 ล้านลิตร เพื่อแก้ปัญหาโลจิสติกส์ระหว่างศึกษาทางเลือกด้านคลังน้ำมันเพิ่มเติม
"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเผชิญต้นทุนค่าเช่าคลัง และค่าบริหารจัดการปีละหลายพันล้านบาท อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงจากการที่เจ้าของคลังเดิมอาจไม่ต่อสัญญาเช่า เนื่องจากต้องการใช้พื้นที่ในภารกิจอื่น การมีคลังน้ำมันของตนเองจึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว"
ศึกษาทางเลือกนานเกือบ 10 ปี ก่อนจบที่ “เพชรบุรี”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2553-2562 บริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระหลายรายศึกษาทางเลือกด้านคลังน้ำมันหลายรูปแบบ ทั้งการสร้างคลังใหม่ การขยายคลังเดิม การใช้คลังลอยน้ำ และการเช่าคลังในหลายพื้นที่ ทั้งจุกเสม็ด ชลบุรี หรือระยอง รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตก
ทั้งนี้ การศึกษาได้มีการเปรียบเทียบครอบคลุมทั้งต้นทุน ความสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ ระบบท่อส่ง ศักยภาพโลจิสติกส์ และความคุ้มค่าทางธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของ Supply Chain ในอนาคต
ท้ายที่สุด โครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี ถูกประเมินว่ามีศักยภาพสูงสุด ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
กางข้อมูลสินทรัพย์ โต้ข้อครหา “ซื้อแพง”
ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามคือ มูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่เคยมีการกล่าวถึงในอดีตเมื่อปี 2553 โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวยืนยันว่า การนำราคา 2 ช่วงเวลามาเปรียบเทียบโดยตรงไม่เป็นธรรม เพราะห่างกันถึง 13 ปี และสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Portfolio Transformation ของ BCPG ที่ต้องการขยายจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อสร้างกระแสเงินสดประจำ ลดความผันผวนจากธุรกิจโรงกลั่น และโรงไฟฟ้า
"บริษัทตั้งเป้าปรับสัดส่วนพอร์ตธุรกิจระหว่างพลังงานไฟฟ้า และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานให้อยู่ที่ระดับ 50:50 ในอนาคต"
ย้ำทุกขั้นตอนผ่านบอร์ด-ที่ปรึกษาอิสระ
นอกจากนี้ ธุรกรรมดังกล่าว ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการชุดย่อย ไปจนถึงคณะกรรมการ BCPG โดยมีการประเมินมูลค่าด้วยวิธี Discounted Cash Flow (DCF) ภายใต้สมมติฐานอนุรักษนิยม
ทั้งนี้ การคำนวณอ้างอิงอัตราค่าบริการต่ำกว่าระดับตลาดประมาณ 50% และผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ ก่อนสรุปว่ามูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาท อยู่ในกรอบที่เหมาะสม
สำหรับโครงสร้างธุรกรรมที่มีการใช้บริษัทย่อยรับโอนทรัพย์สินนั้น ยืนยันว่า เป็นขั้นตอนปกติของการซื้อกิจการบางส่วน เพื่อแยกทรัพย์สินเฉพาะส่วนก่อนโอนเข้าสู่บริษัทผู้ลงทุน และเป็นโครงสร้างที่เหมาะสมทั้งด้านกฎหมาย และการเงิน
“ชัยวัฒน์” ปัดเอี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อน
นายชัยวัฒน์ ยังตอบคำถามกรณีความสัมพันธ์กับบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน โดยยืนยันว่า แม้ตนเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้บริษัททางการเงินมาก่อน แต่ตลอด 14 ปีที่ดำรงตำแหน่งในกลุ่มบางจาก บริษัทที่ตนเคยร่วมดำเนินงานไม่เคยเป็นคู่สัญญากับกลุ่มบางจากในธุรกรรมใดเลย ทั้งการทำ IPO หรือการควบรวมกิจการ
“เราทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจให้องค์กรดีขึ้น การที่บางจากเติบโตจนสามารถเข้าซื้อกิจการเอสโซ่ได้ รวมถึงการซื้อกิจการเชฟรอนฮ่องกง ย่อมสะท้อนว่าการตัดสินใจต่างๆ มีที่มาที่ไป และมีเหตุผลรองรับ”
ทั้งนี้ กลุ่มบางจากยืนยันว่า บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณะ
นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG เปิดเผยว่า โครงสร้างพื้นฐานของคลังน้ำมันเพชรบุรีปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง ทั้งจำนวนถังเก็บ ระบบท่อ และท่าเรือ
ปัจจุบันคลังมีถังเก็บน้ำมันเพิ่มจากเดิมประมาณ 16 ถัง เป็น 20 ถัง ความจุรวมเพิ่มจากประมาณ 500 ล้านลิตร เป็น 720 ล้านลิตร หากสร้างใหม่จะมีมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท
ขณะที่ ระบบท่อส่งน้ำมันใต้ทะเลเพิ่มจาก 3 เส้น เป็น 5 เส้น ความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร โดยต้นทุนก่อสร้างใหม่เฉลี่ยเส้นละประมาณ 1,500 ล้านบาท หรือรวมราว 3,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังขยายท่าเรือจากเดิมรองรับเรือได้ 2 ลำ เป็น 6 ลำ และเพิ่มศักยภาพรองรับเรือขนาดใหญ่จากประมาณ 30,000 ตัน เป็น 120,000 ตัน
ดังนั้น หากต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานลักษณะเดียวกันใหม่ในปัจจุบัน จะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าการซื้อกิจการครั้งนี้
แจงชัดปมบัญชี PPA ยัน “ไม่มีด้อยค่า”
อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยคือ ตัวเลขสินทรัพย์ถาวรในงบรวมที่ต่ำกว่ามูลค่าการลงทุน โดย นายรวี กล่าวอธิบายว่า ธุรกรรมนี้เป็นการซื้อกิจการ ซึ่งตามมาตรฐานบัญชีจะต้องทำ Purchase Price Allocation (PPA) หรือการปันส่วนราคาซื้อ เพื่อจำแนกมูลค่าทรัพย์สินแต่ละประเภท
ดังนั้น จากมูลค่าการลงทุนประมาณ 9,000 ล้านบาท จึงถูกจำแนกออกเป็น อาทิ 1. สินทรัพย์ถาวร (Property, Plant and Equipment) ประมาณ 6,490-6,500 ล้านบาท 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน หรือมูลค่าสัญญาการให้บริการคลังน้ำมัน ประมาณ 1,900 ล้านบาท 3. สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสุทธิและสินทรัพย์อื่นประมาณ 170 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นค่าความนิยม (Goodwill) เป็นต้น
ชูรายได้ปีละ 900 ล้าน รีเทิร์นสูงกว่าต้นทุนเงิน
"การที่ตัวเลขสินทรัพย์ถาวรอยู่ที่ประมาณ 6,500 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าบริษัทมีการด้อยค่าสินทรัพย์ แต่เป็นเพียงกระบวนการจัดหมวดหมู่ตามมาตรฐานบัญชีเท่านั้น โดยมูลค่ารวมของกิจการยังเท่ากับ 9,000 ล้านบาทครบถ้วน"
ทั้งนี้ คลังน้ำมันเพชรบุรีสามารถสร้างรายได้ในปีที่ผ่านมาแล้วกว่า 900 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ประมาณ 8-9% สูงกว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) ของบริษัทที่อยู่ราว 5%
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

