วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

สมาคมหมูโอดราคาดิ่งเหลือ 54 บาท ต่ำกว่าทุนยับ ขาดทุนตัวละเกือบ 2 พัน

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ ร้องพาณิชย์กู้วิกฤตราคาสุกรดิ่งต่ำกว่าทุน เหลือ 54-58 บาท ขาดทุนยับตัวละเกือบ 2 พัน เหตุข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แพร่พุ่ง บวกแรงกดดันคาสงครามราคาของกลุ่มช้อปหมู เตรียมยื่นดีเอสไอไล่บี้เนื้อเถื่อนซ้ำเติมตลาด

นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้แจ้งข้อกังวลต่อกรมการค้าภายใน ระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์ราคาสุกร ซึ่งมีนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน ว่า สถานการณ์ราคาสุกรหน้าฟาร์มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่กังวลเรื่องราคาปรับขึ้น แต่ปัจจุบันกลับปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงยังเพิ่มขึ้น

“ครั้งแรกที่ประชุมกัน ราคาสุกรอยู่ประมาณ 68-70 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้บางพื้นที่เหลือเพียง 54-58 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดือนเมษายนอยู่ประมาณ 10.25 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 12.20-12.90 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว​” นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิกล่าว

ส่วน ราคาข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนอาหารสัตว์โดยตรง เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักราว 40-50% ของสูตรอาหาร ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มกลับลดลง ส่งผลให้ผู้เลี้ยงสุกรขาดทุนเฉลี่ยตัวละประมาณ 1,500-1,800 บาทโดย ในช่วงเดือนเมษายนปริมาณการบริโภคจะชะลอลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 61,600 ตัวต่อวัน แต่ล่าสุดในเดือนพฤษภาคมกลับมาฟื้นตัวอยู่ที่ประมาณ 65,000-66,000 ตัวต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสแรกของปีที่มีปริมาณเชือดเฉลี่ย 66,000-67,000 ตัวต่อวัน 

สะท้อนว่า​ ความต้องการบริโภคไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ​ แต่สมาคมฯ มองว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาสุกรหน้าฟาร์มในขณะนี้คือ​ การแข่งขันด้านราคาของกลุ่มร้านจำหน่ายเนื้อสุกรหรือ Shop หมู ซึ่งขยายตัวรวดเร็วจนกลายเป็นช่องทางค้าปลีกสำคัญของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งเดิมตลาดหลักอยู่ที่เขียงหมูในตลาดสดและโมเดิร์นเทรด แต่ปัจจุบัน Shop หมูขยายตัวมาก ทั้งกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ กลุ่มฟาร์มที่พัฒนาร้านขายเอง และกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ บางรายมีหลายร้อยสาขากระจายทั่วประเทศ ทำให้การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น

สมาคมหมูโอดราคาดิ่งเหลือ 54 บาท ต่ำกว่าทุนยับ ขาดทุนตัวละเกือบ 2 พัน

อย่างไรก็ตามแม้ Shop หมูจะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย แต่ผลที่ตามมาคือ​ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น จนส่งผลต่อการต่อรองราคาสุกรหน้าฟาร์ม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่พึ่งพาราคาขายหน้าฟาร์มเป็นหลัก

ขณะที่นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติกล่าวว่า ผู้เลี้ยงสุกรยังพยายามผลักดันราคาหน้าฟาร์มให้กลับขึ้นมาใกล้ระดับต้นทุนที่ประมาณ 70-72 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังไม่สามารถทำได้ แม้ปริมาณการบริโภคจะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่​ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาโดยขณะนี้โครงการตัดวงจรการผลิตลูกสุกรเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว โดยกลุ่มฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการต่างดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผลผลิตในช่วงไตรมาส 2 และรักษาสมดุลตลาด แต่ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังไม่ฟื้นตัวตามที่ควรจะเป็น

“เมื่อความต้องการบริโภคไม่ได้ลดลง แต่ราคาหน้าฟาร์มยังต่ำกว่า 70 บาท จึงเกิดข้อกังวลว่าตลาดอาจมีซัพพลายภายนอกที่ไม่ทราบที่มาเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งยังต้องติดตามตรวจสอบต่อไป” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

สำหรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มสัปดาห์ที่ 21/2569 ภาคตะวันออกอยู่ที่กิโลกรัมละ 56-60 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 64-66 บาท ภาคเหนือ 62-64 บาท และภาคใต้ 62 บาทซึ่ง​ต่ำกว่า​ต้นทุน​การผลิต และปัญหาที่เกิดขึ้น สมาคมฯ เตรียมทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร หลังยังมีข้อกังวลว่า​ ปัญหาการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วน​สุกรอาจยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาและความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศ