วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569

Login
Login

'คมนาคม' สรุปเหตุเครนถล่ม เคาะไม่เลิกสัญญา ITD เดินหน้าสร้างต่อ

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีคานปูน และเครนพังถล่ม ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถนนพระราม 2 และเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ตกทับขบวนรถไฟ สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์คานปูน และเครนพังถล่ม ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 เวลา 09.15 น. เครนยักษ์ที่ใช้ในการก่อสร้างสะพาน พร้อมกับชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปน้ำหนักรวมหลายร้อยตันได้พังถล่มลงมาทับถนนพระราม 2 บริเวณ กม.30+300 ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

โดยถล่มลงมาในระหว่างที่ประชาชนกำลังใช้เส้นทาง โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์บนถนนด้านล่าง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างแต่อย่างใด กระทรวงฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปได้ชัดเจนว่า สาเหตุหลักไม่ใช่วัสดุด้อยคุณภาพ ไม่ใช่ดินทรุด และไม่ใช่ภัยธรรมชาติ สาเหตุเกิดจากความบกพร่องในการติดตั้งที่สะสมกันหลายจุด จนนำไปสู่การพังถล่มในที่สุด

ซึ่งสะพานที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้นมีความลาดเอียง ทำให้เครนหนักหลายร้อยตันจึงต้องยืนบนพื้นที่ลาดเอียงดังกล่าว ผู้รับจ้างแก้ปัญหาด้วยการนำแผ่นเหล็กหนามาซ้อนกัน 8 ชั้น สูงกว่า 80 เซนติเมตร เพื่อปรับระดับ และรองด้วยทรายอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ โครงสร้างมีการขยายตัวตามอุณหภูมิ และแผ่นเหล็กเริ่มไถลออกทีละชั้นๆ อย่างรวดเร็ว จนขาที่รองรับเครนพังทลาย ทำให้เครนทั้งหลังถล่มลงมา

'คมนาคม' สรุปเหตุเครนถล่ม เคาะไม่เลิกสัญญา ITD เดินหน้าสร้างต่อ

ส่วนความรับผิดชอบจากเหตุการณ์นี้ คณะกรรมการฯ พบความบกพร่องทั้งฝ่ายผู้รับจ้าง คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ITD และฝ่ายผู้ควบคุมงาน คือ กรมทางหลวง

โดยฝ่ายผู้รับจ้าง มีความผิด ประกอบด้วย

- การติดตั้งระบบยึดเครนผิดแบบที่ได้รับอนุมัติไว้

- ติดตั้งระบบยึด และค้ำยันขารองรับไม่ตรงตามแบบที่ขออนุมัติ

- ใช้แผ่นเหล็กซ้อนกันสูงเกินมาตรฐาน และใช้ทรายรองบนพื้นลาดเอียง ซึ่งเสี่ยงต่อการไถลเมื่อมีแรงกระทำด้านข้าง

 - นำเครนมาจากโครงการอื่น แล้วดัดแปลงให้เข้ากับงานนี้อย่างไม่รัดกุม เนื่องจากต้องการเร่งงาน

 - ใบรับรองความปลอดภัย ปจ.1 ของเครนคันนี้ หมดอายุตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.2568 แต่ยังคงใช้งานต่อมาอีกกว่า 2 เดือนจนเกิดเหตุ โดยไม่มีเอกสารการต่ออายุ

ส่วนฝ่ายผู้ควบคุมงาน หรือกรมทางหลวง มีความผิดฐานรับทราบ และอนุมัติการติดตั้งที่มีความแตกต่างจากแบบเดิม โดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างรัดกุมเพียงพอ อีกทั้งยังมีแบบฟอร์มตรวจสอบ (Checklist) ที่ใช้ในโครงการไม่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคเฉพาะสำหรับงานประเภทนี้ ทำให้วิศวกรผู้ควบคุมงานไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างถี่ถ้วน ไม่มีการติดตามหรือทวงถามการต่ออายุใบ ปจ.1 ของเครนที่ใช้ในโครงการ และ ทล. ยังไม่มีมาตรฐานเฉพาะสำหรับการก่อสร้างสะพานชนิดนี้ด้วยเครน Launching Gantry แม้แต่ฉบับเดียว

'คมนาคม' สรุปเหตุเครนถล่ม เคาะไม่เลิกสัญญา ITD เดินหน้าสร้างต่อ

นายจิระพงศ์ กล่าวต่อว่า กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ตกทับขบวนรถไฟ สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สาเหตุของอุบัติเหตุทางวิศวกรรมเกิดจากเครน Launching Gantry ทำหน้าที่ยกชิ้นส่วนคอนกรีตหนักหลายร้อยตันไปวางต่อกันทีละช่วง ขั้นตอนกำหนดก่อนขยับตัวไปข้างหน้า ต้องดึงขากลางมาชิดขาหน้าก่อนเสมอ เพื่อช่วยรับน้ำหนักร่วมกัน

แต่ในวันเกิดเหตุ ผู้ปฏิบัติงานข้ามขั้นตอนนี้ไป และสั่งให้เครนเคลื่อนตัวทันที ส่งผลให้น้ำหนักกว่า 700 ตัน กดทับลงที่ขาหน้าจุดเดียว เหล็กยึด (PT Bar) รับแรงไม่ไหวและขาด ฐานเครนพังทลายลงมาทับขบวนรถไฟในขณะที่วิ่งผ่านด้านล่าง โดยข้อบกพร่องข้างต้น คณะกรรมการฯ พบว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของช่างคนเดียว แต่เป็นความล้มเหลวเชิงระบบจากทุกฝ่าย ทั้งผู้รับจ้าง คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ITD และปรึกษาควบคุมงาน คือ

'คมนาคม' สรุปเหตุเครนถล่ม เคาะไม่เลิกสัญญา ITD เดินหน้าสร้างต่อ

โดยฝ่ายผู้รับจ้าง มีความผิด ประกอบด้วย

1. ข้ามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในคู่มือ ไม่เลื่อนขากลาง (Middle Support) มาชิดขาหน้าก่อนขยับเครน ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับตามคู่มือปฏิบัติงาน วิศวกรสนาม และหัวหน้าคนงานยอมรับว่าละเว้นขั้นตอนนี้เป็นประจำโดยเห็นว่าไม่มีความเสี่ยง

2. เริ่มงานโดยพลการ โดยไม่มีใบอนุมัติ วิศวกรสนามสั่งให้ทีมงานเริ่มตั้งแต่ 08.00 น. โดยไม่รอใบอนุมัติทำงาน (Work Permit) และไม่แจ้งวิศวกรผู้ควบคุม โดยอ้างว่าผู้ควบคุมงานมาสาย เวลา 10.00 น. และที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทักท้วง

3. ไม่ขอปิดการเดินรถ (Window Time) โดยไม่มีการแจ้ง รฟท. เพื่อขอระงับการเดินรถในขณะที่ทำงานเหนือทางรถไฟ ทั้งที่สัญญากำหนดชัดเจนว่าต้องทำหลักฐานเดียวที่พบคือ หนังสือขอ Window Time ระหว่างวันที่ 20 - 30 มกราคม 2569 ซึ่งช้ากว่าวันเกิดเหตุถึง 6 วัน

4. ไม่เปลี่ยนเหล็กยึดตามกำหนดที่ปรึกษาควบคุมงาน เคยมีหนังสือแจ้งเวียนตั้งแต่ปี 2566 ให้เปลี่ยนเหล็กยึด PT Bar ทุก 60 รอบการใช้งาน

5. ไม่ตรวจสอบความปลอดภัยเครนตามรอบที่กฎหมายกำหนด โดยกฎหมายกำหนดให้ตรวจสอบทุก 3 เดือน แต่พบว่ารอบการตรวจสอบที่ผ่านมาล่าช้ากว่ากำหนด และเอกสารรับรองยังครอบคลุมแค่ชุดอุปกรณ์ยกเพียง 1 ใน 4 ชุดที่ต้องตรวจเท่านั้น

ส่วนฝ่ายที่ปรึกษาควบคุมงาน มีความผิดฐานไม่มีวิศวกร และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำหน้างาน อีกทั้งพบว่ามีพฤติกรรมลงนามอนุมัติงานล่วงหน้าคราวละหลายวัน และลงนามย้อนหลังนานสูงสุดถึง 3 สัปดาห์ และไม่เคยตรวจสอบเครนด้วยตนเองตลอดระยะเวลาที่เครน Launching Gantry ใช้งาน ทั้งวิศวกร และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ไม่เคยลงไปตรวจสอบสภาพ และขั้นตอนการทำงานของเครนโดยตรงแม้แต่ครั้งเดียว

'คมนาคม' สรุปเหตุเครนถล่ม เคาะไม่เลิกสัญญา ITD เดินหน้าสร้างต่อ

ขณะที่ทาง รฟท. พบว่ามีความผิดมอบหมายงานเกินศักยภาพ โดยวิศวกรโครงการที่ดูแลสัญญา 3 - 4 ที่เกิดเหตุ ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบพร้อมกันถึง 5 สัญญา อีกทั้งยังปล่อยให้ความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของที่ปรึกษาควบคุมงานฝ่ายเดียว

นายจิระพงศ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องการพิจารณาบอกเลิกสัญญา หรือการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้รับเหมาคู่สัญญาทั้งสองโครงการนี้ ปัจจุบันยังต้องรอกระบวนการจัดทำสมุดพกจากทางกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะพิจารณาเงื่อนไข และบทลงโทษที่ชัดเจน ส่วนปัจจุบันทั้ง ทล. และ รฟท. ยังไม่สามารถขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ ITD และห้ามไม่ให้เข้าร่วมประมูลงานได้ เนื่องจากข้อกำหนดตามกฎหมายหน่วยงานจะต้องอนุญาตให้ผู้รับเหมาที่ขึ้นทะเบียนกับกรมบัญชีกลางเข้าร่วมประมูล

ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า การพิจารณาเอาผิดผู้รับเหมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทล.ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารสัญญาที่มีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด และกรมบัญชีกลางร่วมด้วย โดยผลพิจารณาชี้ชัดว่าเป็นความผิดของผู้รับจ้าง และเข้าข่ายที่สามารถบอกเลิกสัญญาได้ แต่เนื่องด้วยเหตุของการบอกเลิกสัญญาต้องไม่เกิดผลกระทบต่อสาธารณะ

ดังนั้นเมื่อพิจารณาหลายองค์ประกอบ คณะกรรมการฯ จึงมีมติว่ายังไม่ควรบอกเลิกสัญญา เนื่องจากโครงการมีความคืบหน้าไปแล้วถึง 88% หากบอกเลิกสัญญาจะส่งผลให้โครงการต้องหยุดชะงักเป็นเวลานานเพื่อหาผู้รับจ้างรายใหม่ และอาจเกิดปัญหาข้อพิพาททางกฎหมาย รวมถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และสำคัญที่สุดคือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะการทิ้งงานก่อสร้างค้างไว้บนถนนพระราม 2 ที่มีรถสัญจรตลอดเวลาจะสร้างอันตราย การคืนพื้นผิวจราจรจะล่าช้าออกไปอีก

'คมนาคม' สรุปเหตุเครนถล่ม เคาะไม่เลิกสัญญา ITD เดินหน้าสร้างต่อ

อย่างไรก็ตาม ทล. จึงพิจารณาใช้มาตรการลงโทษที่เข้มงวดแทน โดยสั่งการให้ ITD ปลดชุดปฏิบัติงานเดิมออกทั้งหมด และให้ผู้รับจ้างต้องว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการควบคุมเครน โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถควบคุมงานได้อย่างมีมาตรฐานสากล นอกจากนี้ต้องติดตั้งระบบเซนเซอร์ติดตามความเคลื่อนไหวแบบ Real-time และติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยปัจจุบันเหลืองานที่ต้องเร่งรัดดำเนินการติดตั้งโครงสร้างทางวิ่งทางยกระดับรวม 9 ช่วง (Span) ขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 7 ช่วง เหลือเพียง 2 ช่วง คาดว่าจะใช้เวลาติดตั้งให้แล้วเสร็จ และคืนผิวจราจรได้ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ โดยตั้งเป้าหมายจะเร่งรัดงานทั้งหมดเพื่อให้สามารถเปิดทดลองให้ประชาชนใช้งานเส้นทางจากเอกชัย – บ้านแพ้ว ภายในเดือนส.ค.นี้

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ปัจจุบัน รฟท. ได้อนุญาตให้เอกชนคู่สัญญากลับเข้ามาเริ่มงานก่อสร้างแล้ว เนื่องจากเงื่อนไขสัญญาระบุให้สั่งหยุดพักงานได้เพียง 90 วัน โดยภาพรวมงานส่วนของสัญญา  3 – 4 ช่วงสีคิ้วที่เกิดอุบัติเหตุนั้น คืบหน้างานโยธาแล้ว 99% เหลือติดตั้งโครงสร้างทางวิ่งทางยกระดับอีก 16 – 17 ช่วง คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จใน 4 – 5 เดือนนี้

ขณะที่การพิจารณาเลิกสัญญากับ ITD นั้น รฟท.อยู่ระหว่างรอความเห็นจากอัยการสูงสุดประกอบการพิจารณาด้านกฎหมาย แต่อย่างไรก็ดี ITD จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ รวมถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ โดยจากการประเมินความเสียหายส่วนของ รฟท.นั้น เบื้องต้นรวมอยู่ที่ราว 120 ล้านบาท แบ่งเป็น ความเสียหายตัวรถประมาณ 105 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นความเสียหาย อาทิ ความเสียหายของรางรถไฟ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์