วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไทยขาดดุลการค้า ‘ประวัติการณ์’ ผลกระทบสินค้าจีน-ราคาน้ำมันพุ่ง

การส่งออกไทยเดือนเม.ย.2569 มีมูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 23.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับ น้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัว 25.7% การนำเข้า มีมูลค่า 41,604 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 45.0% ขาดดุล 10,021 ล้านดอลลาร์

การส่งออกที่ขยายตัวมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอัญมณี และเครื่องประดับ โดยผู้นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อป้องกันความผันผวนด้านราคาจากความกังวลต่อการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนที่คาดว่าสูงขึ้น

ทั้งนี้ การส่งออก 4 เดือนแรกปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) ขยายตัว 18.9% การนำเข้า มีมูลค่า 147,250 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.7% ขาดดุล 19,497 ล้านดอลลาร์

การนำเข้าเดือนเม.ย.มีมูลค่า 41,604 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วขยายตัว 45% มีรายละเอียดดังนี้

1.สินค้าเชื้อเพลิง 8,389 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 128.6%

2.สินค้าทุน 10,384 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 32.8%

3.สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 17,607 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 38.7%

4.สินค้าอุปโภคบริโภค 3,490 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 13.0%

5.ยานพาหนะ และอุปกรณ์ขนส่ง 1,186 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 15.0%

6.อาวุธ ยุทธปัจจัย และสินค้าอื่นๆ 546 ล้านดอลลาร์ เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 44.3%

ไทยขาดดุลการค้า ‘ประวัติการณ์’ ผลกระทบสินค้าจีน-ราคาน้ำมันพุ่ง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การนำเข้าเดือนเม.ย.สูงสุดเป็นประวัติการณ์มาจากสินค้า 3 กลุ่มหลัก คือ 

  1. วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เช่น แผงวงจรไฟฟ้า, แผงวงจรพิมพ์ 
  2. สินค้าทุน เช่น เครื่องจักรกล 
  3. สินค้าเชื้อเพลิง 

สำหรับการนำเข้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุนมากเป็นการเพื่อนำมาผลิต และส่งออกต่างประเทศ จากผลของวัฏจักรการเติบโตในสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีโลก

ส่วนสินค้าเชื้อเพลิงโดยเฉพาะน้ำมันดิบ มีมูลค่าสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยเดือนเม.ย.มูลค่านำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นถึง 128.6% ถือว่าค่อนข้างสูงสะท้อนจากมูลค่านำเข้าพลังงาน หากราคาพลังงานยังอยู่ระดับสูงจะทำให้การนำเข้าสูงต่อเนื่อง

ขณะที่ดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ และจีนในเดือนเม.ย.พบว่า ไทยขาดดุลการค้าจีน 7,680 ล้านดอลลาร์ และช่วง 4 เดือนแรกขาดดุลรวม 29,202 ล้านดอลลาร์ สินค้านำเข้าสำคัญคือ เครื่องจักรไฟฟ้า ส่วนประกอบ และเครื่องจักรกล

ขณะที่การค้ากับสหรัฐพบว่าไทยเกินดุล 4,648 ล้านดอลลาร์ และช่วง 4 เดือนแรกเกินดุลรวม 21,519 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มการส่งออกไทยปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ จากการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้เร็วของผู้ส่งออก และสายเรือขนส่งสินค้าที่ประเมินความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ และเร่งปรับตัวรับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ประเมินว่าปี 2569 การส่งออกไทยอยู่ระหว่าง -3 ถึง 8% โดยหากการส่งออกขยายตัวได้ 8% จะมีมูลค่า 366,805 ล้านดอลลาร์ และหากติดลบ 3% จะมีมูลค่า 329,416 ล้านดอลลาร์

ไทยขาดดุลการค้า ‘ประวัติการณ์’ ผลกระทบสินค้าจีน-ราคาน้ำมันพุ่ง

กรณีฐาน (Base case) จะโตได้ 3% มูลค่าการส่งออก 349,824 ล้านดอลลาร์ โดยมูลค่าส่งออกเฉลี่ย 8 เดือนที่เหลือปีนี้ (พ.ค.-ธ.ค.) ต้องได้อย่างน้อย 27,758 ล้านดอลลาร์ต่อเเดือน

กรณีดีสุด (Best case) จะโตได้ 8% จากการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้เร็วของผู้ส่งออก และสายเรือขนส่งสินค้า ที่ประเมินความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และเร่งปรับตัวรับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ

ขณะที่ปัจจัยลบระยะข้างหน้าอาจเกิดขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ และปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญที่อาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี

ไทยขาดดุลการค้า ‘ประวัติการณ์’ ผลกระทบสินค้าจีน-ราคาน้ำมันพุ่ง

นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน กล่าวว่า การนำเข้าเดือนเม.ย.2569 ที่นำเข้าสูงถึง 45% มาจาก 3 ส่วน คือ 

1.นโยบายของจีนที่เร่งกระจายสินค้าส่งออกมาไทย และอาเซียน หลังการส่งออกจีนไปสหรัฐลดลงหนักในช่วงสงครามการค้า โดยเฉพาะในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่การส่งออกจีนไปสหรัฐหดตัวถึง 40-50% จีนจึงหันมาระบายสินค้าในไทยและอาเซียนมากขึ้น มองว่าปีนี้ไทยจะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับจีน

2.ไทยต้องเผชิญกับภาระต้นทุนนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น แม้ปริมาณนำเข้าอาจใกล้เคียงเดิม แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

ทั้งนี้ ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเกือบ 95% และยังพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางถึง 60% รวมถึงก๊าซธรรมชาติอีกประมาณ 30% ทำให้ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์กระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง

3.ไทยไม่มีมาตรการกีดกันสินค้านำเข้าที่เข้มงวดเพียงพอทำให้สินค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนเข้ามาแข่งขันผู้ประกอบการไทยมากขึ้น จนกระทบ SME โดยต้นทุนพลังงาน และค่าไฟที่สูงขึ้น ทำให้ SME ไทยแข่งขันด้านราคาไม่ได้ หลายรายอาจเลือกนำเข้าสินค้ามาขายแทนการผลิตเอง และบางส่วนอาจต้องปิดกิจการ

“เดือนหน้าไทยมีแนวโน้มขาดดุลการค้าต่อเนื่อง เนื่องจากราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความไม่แน่นอนสถานการณ์อิหร่านและสหรัฐ รวมถึงผลของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ยังสะท้อนต้นทุนพลังงานสูงระยะต่อไป" นายอัทธ์ กล่าว

นายอัทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งส่งเสริมการใช้สินค้าไทย กำหนดให้การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาตั้งฐานผลิตในไทย ต้องใช้วัตถุดิบหรือสินค้าในประเทศมากขึ้น รวมถึงตรวจสอบสินค้าสวมสิทธิ และการนำเข้าสินค้าเพื่อส่งออกอย่างเข้มงวด ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบสินค้านำเข้า

ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และหันไปหาแหล่งพลังงานใหม่ ทั้งจากรัสเซีย แอฟริกา และเอเชียกลาง รวมถึงผลักดันพลังงานทดแทนจริงจังเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานระยะยาว

“ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ไทยขาดดุลจากการนำเข้าสินค้า แต่ปี 2569 มีปัจจัยมาเพิ่มเรื่องการนำเข้าน้ำมันที่ราคาขึ้นมากทำให้ยอดการขาดดุลเพิ่มขึ้นมาก ”นายอัทธ์ กล่าว

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์