ประชาชนแห่ลงทะเบียนรับสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" (สิทธิ 60/40) วันแรกคึกคัก ดันยอดทะลุ 10 ล้านคนภายในเวลาเพียง 23 นาที ทุบสถิติเดิม แบงก์เร่งขยายแบนด์วิดท์รองรับทะลุ 7 แสนรายการต่อวินาที
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดรับลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" วันแรก (25 พ.ค. 2569) ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยพบว่ามีผู้พยายามเข้าสู่ระบบเพื่อลงทะเบียนสูงกว่า 300,000 รายการต่อวินาที ส่งผลให้ระบบเกิดความหน่วงในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารผู้ดูแลระบบได้เร่งดำเนินการแก้ไขและขยายขีดความสามารถในการรองรับเป็น 700,000 รายการต่อวินาทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ความน่าสนใจของการเปิดลงทะเบียนในรอบนี้ คือการสร้างสถิติใหม่ที่สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชน โดยสามารถทำยอดลงทะเบียนสำเร็จทะลุ 10 ล้านคน ภายในเวลาเพียง 23 นาทีเท่านั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของรัฐในอดีต พบว่ารวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 1 เท่าตัว รอบที่แล้วใช้เวลา 30 นาที สำหรับยอด 5 ล้านคน
โดยการลงทะเบียนในครั้งนี้ผู้ที่เคยลงทะเบียนในโครงการครั้งก่อนจะได้รับการยืนยันสิทธิ์ทันที ส่วนผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนจะต้องรอการตรวจสอบภายใน 3 วัน
รายงานข่าว ระบุว่าสำหรับกรณี “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรกหรือเคยลบแอปฯ ออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ซึ่งสามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ
โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยตั้งเป้าอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน เป็นระยะเวลา 4 เดือน (มิถุนายน - กันยายน 2569) แบ่งการดูแลออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.18 ล้านคน
กลุ่มเปราะบางจะได้รับการอุดหนุนแบบเต็มจำนวน 1,000 บาท/คน/เดือน โดยได้รับสิทธิทันทีไม่ต้องลงทะเบียนใหม่สามารถนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ ได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 นอกจากนี้ ยังคงได้รับสิทธิ "ประชารัฐสวัสดิการ" ตามปกติ เช่น วงเงินลดค่าก๊าซหุงต้ม (80 บาท/3 เดือน), ค่าเดินทาง (750 บาท/เดือน), ช่วยเหลือค่าไฟ (315 บาท/เดือน) - ค่าน้ำ (100 บาท/เดือน) และเบี้ยคนพิการเพิ่มเติม (200 บาท/เดือน)
2. กลุ่มคนทั่วไป "สิทธิ 60/40" เป้าหมาย 30 ล้านคน
สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/เดือนเช่นกัน แต่มาในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% โดย ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคนระหว่างวันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน
- สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ยึดฐานข้อมูลคลัง ณ 18 พ.ค. 2569)
- ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง (ระยะที่ 1-5 และพลัส)
เงื่อนไขการใช้จ่าย
สามารถสแกนจ่ายผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" (G-Wallet) ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 โดยครอบคลุมทั้งร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ (รถเมล์, สามล้อ, วินมอเตอร์ไซค์)
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า "รายเดิม" สามารถกดยอมรับเงื่อนไขในแอปฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 30 ก.ย. 2569 ส่วนร้านค้า "รายใหม่" จะเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569 ซึ่งกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าเม็ดเงินอุดหนุนที่จะทยอยลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพยุงค่าครองชีพของคนไทยในช่วง 4 เดือนข้างหน้า

