วันนี้ (23 พ.ค.2569) บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator จัดงานสัมมนา Liberator Investment Forum 2026 โลกใหม่ โอกาสใหม่ ลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผล เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักลงทุนไทย ท่ามกลางโลกการลงทุนที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ระเบียบโลกใหม่ โมเดลธุรกิจแห่งอนาคต และบทบาทของ AI ที่กำลังเข้ามายกระดับการตัดสินใจลงทุน
งานครั้งนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสก่อนใคร ผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ คือ ระเบียบโลกใหม่กับการลงทุนยุคใหม่ การเจาะธุรกิจนอกสายตาทั่วโลกเพื่อคัดโมเดลที่ใช่ และการก้าวสู่โลกการลงทุนแห่งอนาคตด้วย AI
รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ "World Changing Opportunities: ระเบียบโลกใหม่ สู่การลงทุนยุคใหม่" ว่า ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของมหาอำนาจและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
รศ.ดร.วาสนา กล่าวว่า ระเบียบโลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับวาทกรรมตะวันตกขาลง ตะวันออกขาขึ้น โดยเฉพาะการผงาดขึ้นของจีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิง ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในทางสื่อและการทูต จากเดิมในยุคของเจียง เจ๋อหมินและหู จิ่นเทา อดีตผู้นำสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เน้นการทูตแบบหมีแพนด้าที่ดูนุ่มนวล แต่ในยุคปัจจุบันได้กลายเป็นการทูตแบบนักรบหมาป่าที่มีความแข็งกร้าวและดุดันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เตือนอย่าหลงกลตัวเลข GDP บทเรียนจากหลี เค่อเฉียง
รศ.ดร.วาสนา กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลคือความน่าเชื่อถือของข้อมูลเศรษฐกิจซึ่ง หลี เค่อเฉียง อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนักเศรษฐศาสตร์ผู้ล่วงลับก็ได้เคยเตือนว่า ตัวเลข GDP ของจีนเป็นเพียงแรงบันดาลใจ และไม่ควรวางแผนทุกอย่างโดยอิงจากตัวเลข 5% เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศโดยรัฐบาลทั้งจีนและสหรัฐฯ ในปัจจุบันต่างก็มีส่วนที่อาจจะโตเกินจริงไปมาก ดังนั้น การตัดสินใจทางการลงทุนจึงมีความยากลำบากมากขึ้น
เกมลึก "ทรัมป์" บุกปักกิ่ง วัตถุประสงค์ซ่อนเร้น
รศ.ดร.วาสนา ได้วิเคราะห์ถึงการพบปะระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่ปักกิ่งว่า แม้รายงานของทั้ง 2 ฝ่ายจะดูเหมือนพูดกันคนละเรื่อง โดยจีนเน้นเรื่องไต้หวัน ส่วนสหรัฐฯ เน้นเรื่องการค้าและพลังงาน แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงคือความพยายามของทรัมป์ในการแยกจีนออกจากรัสเซียอย่างเห็นได้ชัด
โดยทรัมป์มองว่า หากสามารถตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินและพลังงานที่จีนสนับสนุนรัสเซียได้ สงครามในยูเครนจะยุติลง ขณะเดียวกันทรัมป์พยายามดึงจีนมาซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ แทนที่แหล่งพลังงานเดิมจากอิหร่านและรัสเซีย เพื่อลดบทบาทและอำนาจการต่อรองของจีนในเวทีโลก
"พลังงาน" คือจุดตายเศรษฐกิจจีน
ในเชิงภูมิศาสตร์ จีนมีความเปราะบางอย่างมากด้านพลังงาน โดยเฉพาะการพึ่งพาพลังงานจากอิหร่านถึง 80-90% ในราคาที่ต่ำกว่าตลาด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สินค้าส่งออกของจีนมีราคาถูก แต่เมื่อเกิดปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ หรือการถูกปิดกั้นเส้นทางพลังงาน ภาคการส่งออกของจีนจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทันที ทรัมป์จึงใช้จุดนี้เป็นเครื่องมือในการต่อรองเพื่อบีบให้จีนเข้าหาสหรัฐฯ มากขึ้น
รศ.ดร.วาสนา มองว่า ประเด็นร้อนอย่างไต้หวันเป็นเพียงการละครในการพบปะครั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างทราบจุดยืนของกันและกันดีอยู่แล้ว แม้จีนจะย้ำเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน และทรัมป์จะขอให้ไต้หวันอย่าประกาศเอกราช แต่ในความเป็นจริง ประธานาธิบดีไต้หวันก็ได้ระบุชัดเจนว่าไต้หวันเป็นเอกราชอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่เป้าหมายหลักที่แท้จริงของการเจรจาในรอบนี้
โอกาสไทยจุดแข็งประชาธิปไตยและการรักษาดุลอำนาจ
ในตอนท้าย รศ.ดร.วาสนา ได้ให้มุมมองต่อสถานะของประเทศไทยว่า ในปัจจุบันไทยอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตยและการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
"เมื่อเราเป็นประชาธิปไตย เรามีเพื่อนมากขึ้น สามารถคุยกับโลกเสรีได้ลำบากน้อยลง เราสามารถกางปีกและโกยผลประโยชน์จากทั่วโลกได้โดยไม่มีพันธนาการเหมือนในอดีต"
รศ.ดร.วาสนา กล่าวแนะนำว่า ท่ามกลางโลกที่ทุกประเทศต่างรักษาผลประโยชน์ของตนเอง หรือตัวใครตัวมัน กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับไทยซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็ก คือการรักษาความเป็นมิตรกับทุกฝ่ายและรักษาดุลอำนาจ (Balance) ให้ดีที่สุด เพื่อก้าวข้ามความผันผวนของระเบียบโลกใหม่นี้ไปให้ได้



