วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ทีดีอาร์ไอ' ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ ทำลายระเบียบโลกเดิม แนะไทยยืนหลังตรงด้วยธรรมาภิบาล

วันนี้ (23 พ.ค.2569) ที่โรงแรมอิสติน แกรนด์ พญาไท บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator จัดงานสัมมนา Liberator Investment Forum 2026 โลกใหม่ โอกาสใหม่ ลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผล เพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักลงทุนไทย ท่ามกลางโลกการลงทุนที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ระเบียบโลกใหม่ โมเดลธุรกิจแห่งอนาคต และบทบาทของ AI ที่กำลังเข้ามายกระดับการตัดสินใจลงทุน

งานครั้งนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสก่อนใคร ผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ คือ ระเบียบโลกใหม่กับการลงทุนยุคใหม่ การเจาะธุรกิจนอกสายตาทั่วโลกเพื่อคัดโมเดลที่ใช่ และการก้าวสู่โลกการลงทุนแห่งอนาคตด้วย AI 

'ทีดีอาร์ไอ' ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ ทำลายระเบียบโลกเดิม แนะไทยยืนหลังตรงด้วยธรรมาภิบาล

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในหัวข้อ "World Changing Opportunities: ระเบียบโลกใหม่ สู่การลงทุนยุคใหม่" ว่า ภาพรวมและยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยภายใต้ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจและต้องจับตา อาทิ

1. จุดจบของโลกใบเดิม เมื่อโลกาภิวัตน์ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป โดยในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่เน้นปัจจัยพื้นฐาน โลกกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่กลับไปสู่โลกใบเดิม ที่ทุกคนเชื่อมั่นในเรื่องโลกาภิวัตน์ (Globalization) การลดภาษีเป็นศูนย์ หรือการสนับสนุนการลงทุนข้ามชาติอย่างไร้รอยต่ออีกต่อไป

'ทีดีอาร์ไอ' ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ ทำลายระเบียบโลกเดิม แนะไทยยืนหลังตรงด้วยธรรมาภิบาล

โดยสาเหตุหลักมาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ใหญ่ 3 ส่วนที่ยากจะแก้ไข เนื่องจากผูกโยงกับประวัติศาสตร์และความเชื่อ แบ่งเป็น

ส่วนที่ 1 รัสเซีย ความต้องการรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตสมัยโซเวียต จนนำมาสู่ความขัดแย้งและการบุกยูเครน

ส่วนที่ 2 จีน ความพยายามฟื้นฟูอาณาจักรหลังจากเคยพ่ายแพ้ต่อชาติตะวันตกและญี่ปุ่นในอดีต 

ส่วนที่ 3 อิหร่าน ถือเป็นรัฐศาสนาที่มีความเชื่อตรงข้ามกับค่านิยมสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันปัญหาได้ลุกลามไปยังช่องแคบสำคัญที่กระทบต่อการค้าโลก

2. โมเดลนกบิน (Flying Geese) ที่เปลี่ยนไป และความน่ากลัวของฝูงนกจีน โดยในอดีต เอเชียตะวันออกเติบโตด้วยโมเดลนกบินตามกัน โดยมีญี่ปุ่นเป็นผู้นำ ตามด้วย 4 เสือเศรษฐกิจ และปัจจุบันอยู่ในเฟสที่ 3 คือไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย 

ทั้งนี้ ไทย เติบโตจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของญี่ปุ่นเป็นหลัก ส่วนเวียดนาม ผูกติดกับเกาหลีใต้ ที่ครองสัดส่วนการส่งออกสูงมาก และอินโดนีเซียผูกติดกับสิงคโปร์

"จีนได้ทำลายโมเดลนี้เพราะจีนไม่ได้เป็นนกธรรมดา แต่คือฝูงนกที่ประกอบด้วย 31 มณฑล ซึ่งแต่ละมณฑลเปรียบเสมือนหนึ่งประเทศที่มีความแตกต่างกันสูง ตั้งแต่มณฑลที่ไฮเทคอย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงมณฑลเกษตรกรรมอย่างยูนนาน"

ดร.นณริฏ กล่าวเน้นย้ำว่า การที่ 31 มณฑลแข่งขันกันเองภายใน ทำให้เกิด Hyper-scale ส่งผลให้ต้นทุนต่ำมาก และเมื่อรวมตัวกันจะเกิดภาวะ Over-supply มหาศาลในโลก เช่น แผงโซลาร์เซลล์ หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งกระทบต่อผู้ผลิตทั่วโลกและไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น หากไทยจะลงทุนอะไรจะต้องดูการขยับตัวของจีน

'ทีดีอาร์ไอ' ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ ทำลายระเบียบโลกเดิม แนะไทยยืนหลังตรงด้วยธรรมาภิบาล

3. AI กับสมรภูมิการลงทุนแบบกึ่งผูกขาด ทั้งนี้ เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและสงคราม สิ่งนี้ทำให้เกิดตลาดกึ่งผูกขาด เพราะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีจีน และจีนก็ไม่สามารถใช้ของสหรัฐฯ ได้อย่างอิสระ แม้จะเป็นข่าวร้ายในแง่การแข่งขันเสรี แต่กลับเป็นข่าวดีของนักลงทุนบางกลุ่มที่ถือหุ้นในบริษัทที่ไร้คู่แข่งในตลาดนั้นๆ

'ทีดีอาร์ไอ' ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ ทำลายระเบียบโลกเดิม แนะไทยยืนหลังตรงด้วยธรรมาภิบาล

4. ยุทธศาสตร์ไทย ต้องยืนหลังตรงด้วยธรรมาภิบาล ยกตัวอย่างตัวเลข FDI ของไทยที่ดูเหมือนจะสูงขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านบาท ดังนั้น จะต้องพิจารณาไส้ในให้ดี เนื่องจากมีการกระจุกตัวสูงมาก เช่น ดีลของ TikTok ที่มีมูลค่าถึง 8 แสนล้านบาทในเม็ดเงินนี้เพียงบริษัทเดียว

ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำคือ แกะโจทย์ Supply Chain ที่ต้องหาให้เจอว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการลงทุนเหล่านั้น เพราะจีนมี Supply Chain ครบวงจร 31 มณฑลอยู่แล้ว หากไทยไม่เก่งจริง เขาก็ไม่จำเป็นต้องมาตั้งฐานที่ไทย และสิ่งสำคัญจะต้องสร้างธรรมาภิบาล (Governance) โดยไทยต้องเลิกเป็นเพียงทางผ่านหรือนายหน้าขายชิป 

"ในโลกใบใหม่ไทยต้องยืนสั้นหลังตรงด้วยธรรมาภิบาลที่สูง เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และฉวยโอกาสจากความไม่สงบ เช่น ปัญหาในตะวันออกกลางที่อาจบานปลาย เป็นโอกาสให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่อาเซียนและไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยแข็งแกร่งอย่างศูนย์กลางการแพทย์ และอุตสาหกรรมอาหาร

ทั้งนี้ อำนาจการเปลี่ยนแปลงอยู่ในมือของนักลงทุน การที่เปิดโอกาสให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น เป็นตัวบังคับให้บริษัทในตลาดหุ้นไทยต้องปรับตัว หากไม่สร้างธรรมาภิบาลและไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็จะไม่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไว้ได้ เพราะเงินจะวิ่งไปหาที่ที่ดีที่สุดเสมอ