วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สบน. กางแผนระดมทุน 1.76 แสนล้าน ลุย "ไทยช่วยไทยพลัส" ล็อตแรก 3.5 หมื่นล้าน

สบน. กางแผนระดมทุน 1.76 แสนล้าน ลุย "ไทยช่วยไทยพลัส" ล็อตแรก 3.5 หมื่นล้าน

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน. ได้เตรียมแผนระดมทุนวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นและบรรเทาค่าครองชีพ โดยเฉพาะโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงสัปดาห์หน้า สบน. จะเริ่มดำเนินการจัดส่งหนังสือชี้ชวนไปยังสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อเตรียมเปิดประมูลเงินกู้รอบแรก

ทยอยกู้ล็อตละ 3.5 หมื่นล้าน

สำหรับกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้ในครั้งนี้ สบน. ยืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีการกู้เงินก้อนใหญ่มาเก็บไว้ในคราวเดียว เพื่อป้องกันการแบกรับภาระดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น แต่จะพิจารณาจากความจำเป็นและกระแสเงินสด (Cash Flow) ที่ต้องใช้จ่ายจริงของโครงการในแต่ละช่วงเวลา

เบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายที่จะทยอยเปิดประมูลระดมทุนเฉลี่ยครั้งละ 35,000 ล้านบาท และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกๆ เดือน ไปจนถึงเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดปีงบประมาณ

โดยรูปแบบการระดมทุนหลักจะแบ่งออกเป็น 2 เครื่องมือ ได้แก่ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note: P/N) ซึ่งจะถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือหลักในการระดมทุน และสัญญาเงินกู้ (Term Loan) จะเป็นเครื่องมือรองที่นำมาใช้เสริมตามความเหมาะสมของแผนการเบิกจ่าย

ในด้านต้นทุนทางการเงิน สบน. ประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในตลาดยังคงอยู่ในระดับต่ำที่เอื้ออำนวยต่อการระดมทุน และจากการหารือเบื้องต้น พบว่าสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์หลายแห่งให้ความสนใจเตรียมเข้าร่วมประมูลเงินกู้ในครั้งนี้อย่างคึกคัก โดยเกณฑ์การคัดเลือกผู้ชนะ สบน. จะพิจารณาจากสถาบันการเงินที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นหลัก เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของภาครัฐ

จ่อผุดพันธบัตร "ออมพลัส" เจาะฐานนักลงทุนรายย่อย

นอกเหนือจากแผนการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. แล้ว สบน. ยังมีภารกิจในการระดมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณผ่านการออกพันธบัตรออมทรัพย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนารูปแบบการลงทุนใหม่ ภายใต้ชื่อโครงการ "ออมพลัส" โครงการดังกล่าวจะเป็นการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในรูปแบบ "รายเดือน" เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการออม และเปิดโอกาสให้ประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงช่องทางการลงทุนที่มีความมั่นคงกับภาครัฐได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น