วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ผู้ใช้ไฟบ้านเกิน 400 หน่วย แบกค่าไฟพุ่ง ชะลอขึ้นค่าไฟภาคอุตสาหกรรม-ธุรกิจ 

ผู้ใช้ไฟบ้านเกิน 400 หน่วย แบกค่าไฟพุ่ง ชะลอขึ้นค่าไฟภาคอุตสาหกรรม-ธุรกิจ 

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่่า ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า 

ทั้งนี้ กกพ. ได้จัดทำข้อเสนอที่นำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จัดทำกรณีศึกษา จำนวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งออกเป็น 4 กรณี (Scenario) โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนอัตราก้าวหน้า เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน แบ่งเป็น 

1.) กลุ่มผู้ใช้ไฟต่ำ (0-25 หน่วยแรก) ทุกกรณีศึกษาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยคงอัตราเดิมที่ 2.3488 บาท (15 หน่วยแรก) และ 2.9882 บาท (10 หน่วยถัดไป) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้าขั้นพื้นฐาน

2.) กลุ่มผู้ใช้ไฟระดับกลาง (26-200 หน่วย) กกพ. เล็งเห็นถึงการลดภาระประชาชน โดยในทุกกรณีศึกษาจะมีการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ช่วง 26-150 หน่วย ปรับลดลงประมาณ 0.24 - 0.71 บาทต่อหน่วย และช่วง 151-200 หน่วย ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ โดยจะมีการปรับลดลงถึง 1.2218 บาทต่อหน่วย จากเดิม 4.2218 บาท เหลือเพียง 3.0 บาท ในทุกกรณีศึกษา

3.) กลุ่มผู้ใช้ไฟสูง (เกิน 200 - 400 หน่วยขึ้นไป) นี่คือจุดที่แต่ละกรณีศึกษาเริ่มมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อาทิ กรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะคงราคาช่วง 201-400 หน่วยไว้เท่าเดิมที่ 4.2218 บาท แต่จะไป ปรับเพิ่มอย่างหนักหลังจากหน่วยที่ 400 ขึ้นไป โดยกรณีที่ 1 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.0234 บาทต่อหน่วย (รวมเป็น 5.4451 บาท) และกรณีที่ 2 ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.0357 บาทต่อหน่วย สำหรับหน่วยที่ 501 ขึ้นไป 

ส่วนกรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะเริ่มปรับเพิ่มราคาเร็วขึ้นตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป โดยปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.49 - 0.54 บาทต่อหน่วย และจะมีอัตราสูงสุดที่ประมาณ 4.96 - 5.00 บาทต่อหน่วย สำหรับการใช้ไฟฟ้าที่เกิน 400 หน่วยขึ้นไป หรือเพิ่มขึ้น 0.54 - 1.03 บาท

"การไฟฟ้ามองว่าเมื่อดูแล้วจาก 4 ตัวอย่างควรพิจารณากรณีศึกษาที่ 4 ซึ่งถือเป็นค่าเฉพาะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป จะต้องมีการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ย 0.54 -1.03 บาทต่อหน่วย หรือ มีอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ยอยู่ที่ 4.96- 5.00 บาทต่อหน่วย โดยกราฟการจ่ายค่าไฟในราคาที่ไม่ก้าวกระโดดมากนัก ซึ่งส่วนมากเป็นประชากรในกทม.และปริมณฑล"

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พ.ค. – 5 มิ.ย. 2569 ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ที่ erc.or.th คาดว่า จะเริ่มมีผลบังคับใช้ รอบบิลเดือน ก.ค. 2569

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า การพิจารณาโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ซึ่งปกติต้องปรับปรุงทุกๆ 5 ปี โดยในรอบนี้ (ปี 2569-2573) ได้หยิบยกกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัยขึ้นมาพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรกก่อน สำหรับภาคอุตสาหกรรมและภาคพาณิชย์จะเป็นรายถัดไปที่ได้รับการพิจารณา โดยคาดว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี 2569

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เสนอหลักเกณฑ์และหลักการทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเข้าสู่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และผ่านความเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อมีการอนุมัตินโยบายลงมาแล้ว กกพ. จะนำมาพิจารณาในรายละเอียดสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมและพาณิชย์ต่อไป

โดยปกติค่าไฟกลุ่มอุตสาหกรรมและพาณิชย์อาจดูเหมือนแพงกว่าครัวเรือน แต่ความจริงแล้วขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าด้วย หากเลือกใช้แบบ TOU (Time of Use) และมีการใช้ไฟน้อยในช่วงกลางคืนหรือบริหารจัดการพฤติกรรมการใช้ไฟได้ดี ก็อาจจะมีราคาที่ถูกกว่าได้

ส่วนการทบทวน TOU และ TOD จะมีการนำระบบ TOU และ TOD (Time of Day) มาทบทวนพร้อมกันกับการปรับโครงสร้างใหม่ เนื่องจากปัจจุบันลักษณะการใช้ไฟฟ้า (Load Curve) เปลี่ยนไป เช่น มีการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางคืนมากขึ้น

"โครงสร้างใหม่จะสนับสนุนให้เกิดการปรับตัวไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและการติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้น เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมทิศทางพลังงานของประเทศ"

ขากข้อมูลการไฟฟ้านครหลวง แบ่งกลุ่มผู้ใช้ไฟธุรกิจเป็น 3 ประเภท แบ่งเป็น ประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง, ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง ซึ่งจะมีการกำหนดราคาในช่วงเวลาของการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยแล้วถูกกว่าภาคประชาชน โดยอัตราค่าไฟฟ้านี้มีการบใช้ตั้งแต่ค่าไฟฟ้า ประจำเดือนพ.ค. 2566 เป็นต้นไป

ประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง จะมีลักษณะการใช้สำหรับการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรม หน่วยราชการ สำนักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานที่ทำการเกี่ยวกับกิจการของต่างชาติ และสถานที่ทำการขององค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนบริเวณที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุด ตั้งแต่ 30 ถึง 999 กิโลวัตต์ และมีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 3 เดือนไม่เกิน 250,000 หน่วยต่อเดือน โดยต่อผ่านเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเครื่องเดียว 

โดยแบ่งเป็นอัตราปกติ แบ่งเป็น

  • แรงดัน 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 175.70 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า 3.1097 บาท/หน่วย และค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท/เดือน
  • แรงดัน 12-24 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 196.26 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า 3.1471 บาท/หน่วย และค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท
  • ฃแรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 221.50 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า 3.1751 บาท/หน่วย และค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการแยกอัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use Tariff : TOU Tariff) แบ่งเป็น 

  • แรงดัน 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak อยู่ที่ 74.14 บาท/กิโลวัตต์และ Off Peak อยู่ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์  ขณะที่ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak อยู่ที่ 4.1025 บาท/หน่วย และ Off Peak อยู่ที่ 2.5849 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 312.24 บาท
  • แรงดัน 12-24 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak อยู่ที่ 132.93 บาท/กิโลวัตต์ Off Peak อยู่ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์ ขณะที่ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak อยู่ที่ 4.1839 บาท/หน่วย Off Peak 2.6037 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 312.24 บาท
  • แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ค่ าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak อยู่ที่ 210.00 บาท/กิโลวัตต์ Off Peak อยู่ที่ 0 บาท/หน่วย On Peak 4.3297 บาท/หน่วย Off Peak 2.6369 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 312.24 บาท

ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่

ลักษณะการใช้ สำหรับการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรม หน่วยราชการ สำนักงาน หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานที่ทำการเกี่ยวกับกิจการของต่างชาติ และสถานที่ทำการขององค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนบริเวณที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุด ตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือ มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 3 เดือน เกินกว่า 250,000 หน่วยต่อเดือน โดยต่อผ่านเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเครื่องเดียว

โดยอัตราตามช่วงเวลาของวัน (Time of Day Tariff : TOD Tariff) แบ่งเป็น

  • แรงดัน 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 224.30 บาท/กิโลวัตต์,  Partial Peak ที่ 29.91 บาท/กิโลวัตต์, Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์ ทุกช่วงเวลา 3.1097บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนที่ 312.24 บาท 
  • แรงดัน 12 - 24 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 285.05 บาท/กิโลวัตต์, Partial Peak ที่ 58.88 บาท/กิโลวัตต์, Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์ ทุกช่วงเวลา 3.1471 บาท/กิโลวัตต์ ส่วนค่าบริการรายเดือนที่ 312.24 บาท 
  • แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 332.71 บาท/กิโลวัตต์, Partial Peak ที่ 68.22 บาท/กิโลวัตต์, 0  Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์, ทุกช่วงเวลา 3.1751 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนที่  312.24 บาท

ขณะที่ อัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use Tariff : TOU Tariff) แบ่งเป็น

  • แรงดัน 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 74.14 บาท/กิโลวัตต์, Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak ที่ 4.1025 บาท/หน่วย Off Peak ที่ 2.5849 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนที่ 312.24 บาท 
  • แรงดัน 12-24 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 132.93 บาท/กิโลวัตต์ Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak ที่ 4.1839 บาท/หน่วย Off Peak ที่ 2.6037 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนที่ 312.24 บาท
  • แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 210.00 บาท/กิโลวัตต์ Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak ที่ 4.3297 บาท/หน่วย Off Peak ที่ 2.6369 บาท/หน่วย ส่วนค่าบริการรายเดือนที่ 312.24 บาท

ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง

ลักษณะการใช้ สำหรับการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการโรงแรมและกิจการให้เช่าพักอาศัย ตลอดจนบริเวณที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ขึ้นไป โดยต่อผ่านเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเครื่องเดียว 

อัตราปกติ แบ่งเป็น 

  • แรงดัน 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 220.56 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า 3.1097 บาท/หน่วย และค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท 
  • แรงดัน 12 – 24 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 256.07 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า 3.1471 บาท/หน่วย และค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท
  • แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า 276.64 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า 3.1751 บาท/หน่วย  และค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท 

สำหรับอัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use Tariff : TOU Tariff) แบ่งเป็น 

  • แรงดัน 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป/td>  ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 74.14 บาท/กิโลวัตต์ Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์, ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak ที่ 4.1025 บาท/หน่วย ค่าพลังงานไฟฟ้า Off Peakที่ 2.5849 บาท/หน่วย ขณะที่ค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท
  • แรงดัน 12-24 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 132.93 บาท/กิโลวัตต์ Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์,  ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak ที่ 4.1839 บาท/หน่วย ค่าพลังงานไฟฟ้า Off Peak ที่ 2.6037 บาท/หน่วย ขณะที่ค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท
  • แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak ที่ 210.00 บาท/กิโลวัตต์  Off Peak ที่ 0 บาท/กิโลวัตต์,  ค่าพลังงานไฟฟ้า On Peak ที่ 4.3297 บาท/หน่วย ค่าพลังงานไฟฟ้า Off Peak ที่ 2.6369 บาท/หน่วย ขณะที่ค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท 

หมายเหตุ

On Peak : เวลา 09.00 - 22.00 น. วันจันทร์ - วันศุกร์, Off Peak เวลา 22.00 - 09.00 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 00.00 - 24.00 น. วันเสาร์ - วันอาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดราชการตามปกติ (ไม่รวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย)
ความต้องการพลังไฟฟ้า