กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย เดือนเม.ย.2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,454 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2% ภาพรวม 4 เดือนแรกจำนวน 29,679 ราย พบธุรกิจขายออนไลน์ ธุรกิจบริการ และร้านอาหารยังเติบโตโดดเด่น ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย แห่ลงทุน 4 เดือนแรกทะลุ 1.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 124% พร้อมปักหมุดลงทุนในพื้นที่ EEC ต่อเนื่อง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจเดือนเม.ย. 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 6,454 ราย ลดลงจากเดือนมี.ค. 1,134 ราย หรือ 14.94% แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 129 ราย หรือ 2% ส่วนทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่อยู่ที่ 22,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 16.74% แต่ลดลงจากเดือนเม.ย. 2568 จำนวน 29.17%
ภาพรวมช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) มีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสม 29,679 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 469 ราย หรือ 1.56% ขณะที่ทุนจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 81,341 ล้านบาท ลดลง 30,721 ล้านบาท หรือ 27.41%
ทั้งนี้ มีนิติบุคคลรายใหญ่ที่จดทะเบียนทุนเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 ราย คือ บริษัท ธีธี 1 โฮลดิ้งส์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 7,843 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจโฮลดิ้ง
เมื่อวิเคราะห์ประเภทธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นในช่วง 4 เดือนแรกของปี พบว่า 3 กลุ่มธุรกิจขยายตัวสูง ได้แก่ ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 801 ราย เพิ่มขึ้น 51.99% ธุรกิจบริการสนับสนุนอื่นๆ จำนวน 333 ราย เพิ่มขึ้น 139.57% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 1,408 ราย เพิ่มขึ้น 13.82%
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ขณะที่การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ เดือนเม.ย. 2569 มีจำนวน 981 ราย ลดลงจากเดือนก่อน 11.70% แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.52% ส่วนทุนจดทะเบียนเลิกกิจการอยู่ที่ 5,214 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26.21% ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการสะสม 4,217 ราย เพิ่มขึ้น 296 ราย หรือ 7.55% และมีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการรวม 26,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.21%
"ตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจที่ลดลงเล็กน้อย ยังไม่ได้มีนัยสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ เพราะลดลงเพียงประมาณ 2% และส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการคุมเข้มการจดทะเบียน เพื่อป้องกันการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือนอมินี ทำให้ยอดจัดตั้งธุรกิจบางส่วนลดลง และมีธุรกิจกลุ่มเสี่ยงทยอยเลิกกิจการเพิ่มขึ้น โดยทั้งปี กรมคาดว่าจะมียอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ไม่ต่ำกว่า 80,000 ราย"นายพูนพงษ์ กล่าว
ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลประมาณ 990,000 ราย เป็นบริษัทประมาณ 800,000 ราย และพบว่ามีบริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50% ราว 120,000 ราย
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนการลงทุนของต่างชาติภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เดือนเม.ย. 2569 มีการอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน 91 ราย เงินลงทุนรวม 31,553 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีต่างชาติเข้ามาลงทุน 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย หรือ 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีเงินลงทุนรวม 129,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 124%
“การลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากมาตรการอำนวยความสะดวกของภาครัฐ ที่เร่งปลดล็อกขั้นตอนอนุญาตลงทุนให้รวดเร็วขึ้น โดยกรมฯ ตั้งเป้าลดระยะเวลาพิจารณาอนุญาต จากกรอบกฎหมายที่กำหนดไม่เกิน 60 วัน ให้เหลือไม่เกิน 30 วัน”นายพูนพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ กรมฯ ยังเร่งเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 320 หน่วยงาน เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นแบบเรียลไทม์ และลดการใช้เอกสารกระดาษ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป หน่วยงานรัฐจะเริ่มเปลี่ยนจากการขอเอกสารกระดาษ มาใช้การเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทน เพื่อลดภาระประชาชนและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลทะเบียนธุรกิจในระบบดิจิทัล

