วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ปตท. ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง อัดสภาพคล่อง 2.3 แสนล้าน รับมือพลังงานผันผวน

ปตท. ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง อัดสภาพคล่อง 2.3 แสนล้าน รับมือพลังงานผันผวน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 กลุ่ม ปตท. มีกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ 10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดร.คงกระพัน กล่าวว่า แม้สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อระบบพลังงานโลก แต่ ปตท. สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการวางรากฐานเครือข่ายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ทำให้สามารถปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นมาทดแทนตะวันออกกลางได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ได้ลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นไปแล้วกว่า 111,000 ล้านบาท ส่งผลให้โรงกลั่นในเครือมีทั้งเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูง รองรับการใช้น้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่งได้ดีขึ้น

“สิ่งสำคัญคือ เราซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อเกิดวิกฤตสามารถตอบสนองได้ทันที ทั้งด้านการจัดหาพลังงานและการบริหารห่วงโซ่อุปทาน” ดร.คงกระพัน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังได้จัดตั้งศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ PTT Incident Command System (PTT ICS) ทันทีที่เกิดวิกฤติ เพื่อดูแลความมั่นคงพลังงานของประเทศ และบริหารจัดการธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ระหว่างเดือนมี.ค.-เม.ย. โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. เดินเครื่องเต็มกำลังกว่า 100% ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศ

ในส่วนธุรกิจปิโตรเคมี บริษัทในกลุ่ม ปตท. ยังเดินเครื่องเต็มกำลังเช่นกัน เพื่อรักษา Security of Supply ให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ มีวัตถุดิบใช้อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อภาคไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม โดย ปตท. ได้ปรับแผนจัดหา Spot LNG จากประเทศนอกกลุ่มตะวันออกกลาง ตามที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ

ปตท. ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง อัดสภาพคล่อง 2.3 แสนล้าน รับมือพลังงานผันผวน

พร้อมกันนี้ ยังเลื่อนแผนซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถเดินเครื่องเต็มกำลัง ทำให้สามารถส่งก๊าซฯ ให้โรงไฟฟ้า และผลิต LPG เข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดสรร LPG ให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศเป็นหลัก

ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ปตท. ต้องบริหารสภาพคล่องครั้งใหญ่เพื่อรักษาความมั่นคงพลังงานของประเทศ โดยเตรียมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นถึง 230,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. หลักประกันจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท 2. เงินทุนหมุนเวียนจัดหาน้ำมันและก๊าซฯ เพิ่มขึ้น 137,000 ล้านบาท 3. เงินค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงราว 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี

"ปตท. ยืนยันว่าได้เปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใสตลอดกระบวนการ"

สำหรับทิศทางธุรกิจระยะยาว กลุ่ม ปตท. ยังเดินหน้าตามยุทธศาสตร์หลัก โดยเฉพาะธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งยังเป็นฐานสำคัญของประเทศ ทั้งในด้านการเดินหน้าสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานไทย โดย บริษัท ปตท สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. 

ส่วนธุรกิจ LNG ปตท. ตั้งเป้าขยาย Portfolio สู่การเป็น Global LNG Player โดยตั้งเป้าปริมาณ LNG 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578

ในธุรกิจปิโตรเคมี ปตท. ในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สนับสนุนการศึกษาความร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ 

ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ P&R Portfolio Reshape ที่มุ่งสร้าง Synergy และยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยสู่ National Champion เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก

ด้านความยั่งยืน ปตท. ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี Dow Jones Best-in-Class Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนมาตรฐานการดำเนินธุรกิจระดับสากล

พร้อมกันนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายลดคาร์บอน ผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS)

โดย ปตท.สผ. เป็นผู้นำร่องพัฒนาโครงการ CCS ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ซึ่งมีความคืบหน้าตามแผน และตั้งเป้าเริ่มเก็บกักคาร์บอนในปี 2571

นอกจากนี้ สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. มีพื้นที่ปลูกป่าใหม่สะสมช่วงปี 2566-2569 แล้วกว่า 146,000 ไร่ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ปตท. ยังเดินหน้าโครงการ Profit Enhancement Initiatives เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งภายในองค์กร โดยสร้างกำไรเพิ่มเติมในไตรมาสแรกกว่า 3,000 ล้านบาท หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ MissionX และการขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS ซึ่งมุ่งนำ Digital Tools และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

พร้อมทั้งเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และการตลาดผ่านโครงการ P1 และ D1 รวมถึงโครงการ Asset Monetization (A1) เพื่อบริหารสินทรัพย์ในกลุ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่โครงการ Financial Excellence (F1) ยังคงเน้นรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ปตท. ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน โดยพร้อมดูแลความมั่นคงพลังงานของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากภารกิจด้านพลังงานแล้ว กลุ่ม ปตท. ยังช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานให้ประชาชน คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 13,000 ล้านบาท รวมถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้สูงวัย เกษตรกร และชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“ปตท. จะเดินหน้าธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านทุกความท้าทาย และเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต” ดร.คงกระพัน กล่าว