สภาพอากาศเอาแน่ไม่ได้ เกษตรกรเร่งเช็กด่วน กรมส่งเสริมการเกษตร กางแผนรับสภาพแปรปรวน 4 ระยะ แนะบริหารจัดการน้ำ-ตัดแต่งกิ่ง พร้อมตุนชีวภัณฑ์สู้โรคพืชตลอดซีซันนี้
จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าฤดูฝนของประเทศไทยระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปี 2569 เสี่ยงเกิดความแปรปรวนเป็น 4 ระยะคือช่วงต้นฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน มีฝน 40-60% ของพื้นที่ แต่อาจมีฝนมากในภาคตะวันออกและภาคใต้ แต่ช่วงปลายมิถุนายน-กรกฎาคม อาจเกิดฝนทิ้งช่วง และเดือนสิงหาคม-กันยายน อาจเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ก่อนจะเริ่มมีอากาศเย็นในปลายฤดูฝนคือเดือนตุลาคม กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งกำชับให้พี่น้องเกษตรกรเตรียมแผนการเพาะปลูกที่รัดกุม ป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำและศัตรูพืชเข้าทำลายช่วงสภาพอากาศแปรนปรวนซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคและแมลง
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ภาวะโลกรวนหรือสภาพอากาศแปรปรวนในปัจจุบันคาดการณ์ได้ยากทั้งฝนทิ้งช่วง น้ำท่วมฉับพลัน พายุฤดูร้อน อากาศร้อนจัด รวมถึงการระบาดของศัตรูพืชที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรโดยตรง การรับมือภัยพิบัติด้านการเกษตรจึงไม่ใช่เพียงการเยียวยาหลังเกิดเหตุ แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการเตรียมความพร้อม การลดความเสี่ยง การเฝ้าระวัง การฟื้นฟู และการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืน
แนวทางปฏิบัติสำหรับเกษตรกร ควรทำ 3 สิ่ง คือ
1.หมั่นติดตามพยากรณ์อากาศ และสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ เพื่อจัดการพืชและป้องกันกำจัดศัตรูการเกษตรได้เท่าทันต่อสถานการณ์
2.เตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ จัดการระบบสำรองน้ำและระบายน้ำ เพื่อป้องกันพืชขาดแคลนน้ำในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะเกิดฝนทิ้งช่วง อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรหรือการเจริญเติบโตของพืชในทุกระยะ
3.ดูแลรักษาต้นพืช โดยตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสม เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของต้นพืช สามารถลดการคายน้ำในช่วงน้ำน้อย และป้องกันการหักโค่นในช่วงเผชิญฝนตกหนักหรือลมแรง อาจเสริมไม้ค้ำยันลำต้น หรือทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตป้องกันการสูญเสียตามสถานการณ์สภาพอากาศ
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายในการทำการเกษตร เกษตรกรอาจเตรียมชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชเบื้องต้น เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอเรีย ตัวห้ำ แตนเบียน หรือแมลงศัตรูธรรมชาติ ศึกษาวิธีการใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมให้พร้อมสำหรับควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและแมลง ป้องกันความเสียหายของผลผลิตและแปลงปลูกตลอดจนพื้นที่การเกษตรในภาพรวม
ทั้งนี้ พี่น้องเกษตรกรสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือหรือคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกษตรและแนวทางในการป้องกันภัยพิบัติทางการเกษตรได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

