วันพรุ่งนี้ (25 พ.ค.) จะเป็นวันแรกในการเปิดลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส สิทธิ 60/40 เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม "มนุษย์เงินเดือน" ที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพสูงขึ้น เนื่องจากผลกระทบของวิกฤติพลังงานที่ส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและอาหาร
โดยรัฐบาลจะสนับสนุนวงเงินใช้จ่ายให้เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยจำกัดวงเงินอุดหนุนไม่เกินวันละ 200 บาท เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.2569
"กรุงเทพธุรกิจ" ชวนวางแผนการใช้จ่ายเงินอุดหนุนให้มีประสิทธิภาพและได้ประโยชน์สูงสุด สำหรับมนุษย์เงินเดือน
โครงการในครั้งนี้มีโควตาไว้รองรับถึง 30 ล้านคน ภายใต้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ในรูปแบบที่รัฐบาลสนับสนุน 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% โดยจำกัดการใช้วงเงินอุดหนุนสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน เพื่อให้การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือนนี้ จะต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้นๆ และไม่สามารถสะสมยอดไปใช้ในเดือนถัดไปได้
นอกจากนี้ โครงการมุ่งเน้นไปที่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จึงไม่อนุญาตให้ใช้กับร้านค้าภาคบริการ เช่น ร้านทำเล็บ ร้านนวด หรือสปา แต่ยังคงรองรับการสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) ซึ่งจะเปิดระบบตามหลังตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. จนสิ้นสุดโครงการ
ต้องเติมเงินขั้นต่ำเท่าไหร่?
โครงการนี้รัฐจะช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% หากต้องการใช้เงินอุดหนุนจากรัฐ 1,000 บาทให้ครบถ้วนภายใน 1 เดือน ผู้ใช้สิทธิ์จะต้องเติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ขั้นต่ำ 667 บาทต่อเดือน
การบริหารสิทธิ์ 60/40 ไม่จำเป็นต้องใช้ให้เต็มวงเงิน 200 บาททุกวัน แต่ควรใช้จ่ายตามความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การจ่ายค่าข้าวหรือค่าวัตถุดิบทำอาหาร หากมื้อนั้นราคา 100 บาท คุณจะจ่ายเงินเพียง 40 บาท รัฐช่วย 60 บาท การใช้สิทธิ์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าในยุคที่ข้าวของแพงได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
โดยระหว่างวันที่ 25 - 29 พ.ค.2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น.-22.00 น. จะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" สำหรับผู้ที่เคยร่วมโครงการครั้งก่อนแล้วจะยืนยันได้รับสิทธิ์ทันที ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการจะใช้เวลาตรวจสอบภายใน 3 วัน
ซึ่งที่ผ่านมา การเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เมื่อเดือนต.ค.2569 พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์เต็มจำนวน 20 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียง 10 ชั่วโมงหลังการเปิดลงทะเบียน
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินโครงการในครั้งนี้เป็นไปเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ต่างจากครั้งก่อนหน้าที่ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงออกแบบโครงการให้มีความครอบคลุม โดยประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินอุดหนุน

