วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ครม. อนุมัติผ่อนผัน "ค่า K" อุ้มคู่สัญญารัฐ พยุงสภาพคล่อง ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง

ครม. อนุมัติผ่อนผัน "ค่า K" อุ้มคู่สัญญารัฐ พยุงสภาพคล่อง ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมุ่งเป้าไปที่การลดภาระต้นทุนและรักษาสภาพคล่องของผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยื่นมือเข้าช่วยเหลือคู่สัญญาภาครัฐในช่วงที่ต้นทุนเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างและงานจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีสายป่านและข้อจำกัดด้านเงินทุนหมุนเวียน หากปล่อยให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันต่อไปโดยไม่มีการแทรกแซง อาจลุกลามกระทบต่อขีดความสามารถในการส่งมอบงาน การเลิกจ้างงาน และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ต้องหยุดชะงัก

นางสาวรัชดา อธิบายว่า เป็นการผ่อนผันวิธีคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือที่วงการรับเหมาเรียกกันว่า "ค่า K" โดยรัฐบาลอนุญาตให้ปรับเกณฑ์การหักเงินชดเชยมาอยู่ที่อัตราบวก/ลบ 2% จากเดิมที่กำหนดไว้ที่อัตราบวก/ลบ 4% ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้ชั่วคราวเฉพาะสัญญาที่มีกำหนดส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28 ก.พ. ถึง 30 ก.ย. 2569 เพื่อให้เม็ดเงินชดเชยต้นทุนสามารถสะท้อนภาวะราคาที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังได้ปรับปรุงเงื่อนไขจุดอ้างอิงด้านราคา โดยให้เปลี่ยนมาใช้ดัชนีราคา ณ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลาง แทนการใช้ดัชนีราคา ณ เดือนเปิดซองประกวดราคาแบบเดิม การปรับเปลี่ยนกลไกนี้จะช่วยให้การคำนวณเงินชดเชยสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ในช่วงเวลาที่ราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความผันผวน

ทั้งนี้ "ค่า K" ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ถูกออกแบบมาเพื่อคำนวณชดเชยความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนระหว่างการดำเนินโครงการ เช่น ราคาน้ำมัน เหล็ก และปูนซีเมนต์ หากต้นทุนเหล่านี้ทะยานขึ้นเกินกรอบที่กำหนด ภาครัฐจะจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้ผู้รับจ้างตามสัดส่วนที่เกิดขึ้นจริง ในทางกลับกัน หากต้นทุนลดลงก็จะมีการปรับลดในทิศทางเดียวกัน เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ทั้งฝ่ายผู้รับจ้างและภาครัฐ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขยายความเพิ่มเติมว่า การงัดกลไกผ่อนผันค่า K มาใช้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรัฐบาลเคยใช้มาตรการลักษณะนี้มาแล้วในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจซับไพรม์ เพื่อประคองผู้ประกอบการและลดแรงกระแทกจากต้นทุนที่ผันผวนสูง การตัดสินใจนำเครื่องมือนี้กลับมาใช้อีกครั้ง จึงเป็นการเลือกใช้กลไกที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหาในยามวิกฤตได้จริง โดยนำมาปรับศูนย์ใหม่ให้สอดรับกับบริบทของผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

“ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงและผันผวน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการมีนโยบายที่บรรเทาผลกระทบทุกกลุ่ม ทั้งการประคองกำลังซื้อภาคประชาชน  การดูแลผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs  เพราะเมื่อธุรกิจยังมีสภาพคล่อง งานภาครัฐเดินต่อได้ การจ้างงานยังอยู่ ประชาชนมีกำลังซื้อเศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้” นางสาวรัชดา กล่าว