วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ครม.ปรับแผนบริหารหนี้ ปี 69 ก่อหนี้เพิ่ม 2 แสนล้าน รับ พ.ร.ก.กู้เงิน ดันหนี้สาธารณะแตะ 68%  

ครม. ไฟเขียวปรับแผนหนี้สาธารณะปี 69 รอบ 2 ก่อหนี้เพิ่ม 2.2 แสนล้าน รับมือวิกฤติพลังงาน – ค้ำประกันหนี้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ - กองทุนน้ำมัน ดันหนี้ต่อ GDP แตะ 68% ยังไม่เกินกรอบวินัยการคลัง

KEY POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2569 โดยเพิ่มวงเงินก่อหนี้ใหม่สุทธิประมาณ 2.2 แสนล้านบาท
  • การก่อหนี้เพิ่มมีสาเหตุหลักเพื่อรองรับการกู้เงินตาม พ.ร.ก. วงเงิน 2 แสนล้านบาท สำหรับแก้ไขวิกฤติพลังงาน และเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
  • การปรับแผนดังกล่าวส่งผลให้คาดการณ์หนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ขยับขึ้นเป็น 68.03% ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70%

 

 

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 เพื่อรองรับความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติด้านพลังงาน โดยมีการปรับเพิ่มวงเงินกู้ใหม่สุทธิประมาณ 2.2 แสนล้านบาท ส่งผลให้ประมาณการหนี้สาธารณะต่อ GDP ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 68.03% โดยยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70%

จากการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะในครั้งนี้ สาระสำคัญอยู่ที่การปรับเพิ่มแผนการก่อหนี้ใหม่สุทธิ 221,200 ล้านบาท ส่งผลให้วงเงินการก่อหนี้ใหม่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.21 ล้านล้านบาท เป็น 1.44 ล้านล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  1. การกู้เงินของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรองรับวิกฤติตะวันออกกลาง โดยจะรองรับการกู้เงินในวงเงิน 200,000 ล้านบาทก่อน ตามวงเงินที่จะใช้ในปีงบประมาณ 2569
  2. การเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน โดยการกู้เงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สภน.) จำนวน 20,000 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ โดยหนี้ในส่วนนี้กระทรวงการคลังค้ำประกัน
  3. การลงทุนรัฐวิสาหกิจ โดยรวมการปรับเพิ่มวงเงินกู้ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) อีก 1,200 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการขยายเขต และปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้า โดยหนี้ในส่วนนี้กระทรวงการคลังค้ำประกัน

นอกจากนี้ ในส่วนของแผนการบริหารหนี้เดิม (การปรับโครงสร้างหนี้) ได้มีการปรับลดวงเงินสุทธิลง 23,960 ล้านบาท  ขณะที่แผนการชำระหนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 27,668 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 560,793.28 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มตามแผนการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

สำหรับการปรับปรุงแผนในครั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่ายังคงอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งประมาณการว่าจะอยู่ที่ 68.03% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ซึ่งยังไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐกำหนดไว้ไม่เกิน 70%

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์