“เอกนิติ” ปัดข่าวควบรวม ธนาคารกรุงไทย - TTB ชี้การควบรวมธนาคารขนาดใหญ่ เป็นเพียงข้อเสนอเอกชน ไม่ได้หมายความว่าต้องมีธนาคารไหนในไทยควบรวมกันตอนนี้ เผยแนวคิดรัฐบาลหนุนการควบรวม Real Sector บริษัทขนาดใหญ่เพื่อหนุนจีดีพีโต มากกว่าการควบรวมภาคการเงิน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการควบรวมกิจการของธนาคารทหารไทย ธนชาต จำกัด(มหาชน) หรือ TTB กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด
ทั้งนี้แนวคิดและข้อเสนอให้มีการควบรวมกิจการของสถาบันการเงินนั้นเป็นข้อเสนอจากภาคธุรกิจ ที่มีการเสนอในเวทีผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลรับฟัง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารของไทยในขณะนี้แต่อย่างใด
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่าแนวคิดการควบรวมกิจการของภาคเอกชนนั้น แนวคิดที่รัฐบาลในปัจจุบันต้องการสนับสนุนคือการควบรวมของกิจการขนาดใหญ่ที่จะสามารถขยายการลงทุนต่อเนื่องได้ ซึ่งเป็นแนวคิดแบบที่กิจการเอกชนของญี่ปุ่นมีการควบรวมกิจการกันเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดในการเติบโตของกิจการต่างๆ บริษัทที่เป็นลักษณะที่เป็น “Zombie Firm” คือเป็นกิจการที่ไม่เติบโต แต่ยังอยู่รอดได้ด้วยเงินกู้ หรือมีกำไรเล็กน้อยพอเลี้ยงกิจการเท่านั้น
“นโยบายของรัฐบาลในขณะนี้พร้อมสนับสนุนในกิจการที่มีการลงทุนในการขยายกิจการที่เป็น "ภาคเศรษฐกิจจริง” หรือ Real Sector มากกว่าที่จะเป็นการสนับสนุนในส่วนที่เป็น Financial Sector เนื่องจากจะทำให้การลงทุน และจีดีพีเติบโตมากขึ้นได้ มากกว่าการควบรวมภาคการเงินที่มักให้ผลตอบแทนเพิ่มในแง่ของเงินปันผลที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน” แหล่งข่าว ระบุ
วันนี้ (19 พ.ค.) นางมานิกา สิทธิชัย เลขานุการบริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน)(TTB)แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่าตามที่ได้มีรายงานข่าวหรือเนื้อหาบนสื่อโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับโอกาสในการควบรวมกิจการระหว่างธนาคาร
ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)(KTB)นั้น ทีเอ็มบีธนชาตขอเรียนชี้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ธนาคารฯไม่ได้อยู่ในกระบวนการควบรวมกิจการ รวมทั้งไม่มีแผนการควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นอยู่ในแผนงาน 5 ปีแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ธนาคารฯ ยังคงมุ่งเน้นพันธกิจสำคัญคือ การ Make REAL Change หรือการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ผ่านกลยุทธ์การสร้างการเติบโตแบบ Ecosystem Play และการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)
อีกทั้งยังเดินหน้า Transform องค์กรอย่างรอบด้านเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรและสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

