วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'บางจาก' แจง DSI ฟ้องกลุ่มโรงกลั่น เหตุ 'เทรดเดอร์' กรอกแบบฟอร์มคลาดเคลื่อน

'บางจาก' แจง DSI ฟ้องกลุ่มโรงกลั่น เหตุ 'เทรดเดอร์' กรอกแบบฟอร์มคลาดเคลื่อน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะดำเนินการเกี่ยวกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีประเด็นที่ร้ายแรงหรือเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตตามที่ปรากฏในข่าว แต่เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนในการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มรายงาน

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือมีหน่วยงานหลายส่วนเข้ามาตรวจสอบกลุ่มเทรดเดอร์ (Trader) ซึ่งพบว่า ในขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มรายงานข้อมูลนั้น มีเทรดเดอร์บางรายกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งตามระเบียบแล้วการแจ้งข้อมูลผิดพลาดจะมีบทปรับตามขั้นตอนทางกฎหมายเท่านั้น

“มันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น แต่กลับมีการออกข่าวว่ามีการกักตุนน้ำมัน หรือมีการกระทำความผิดร้ายแรง แม้แต่กรมธุรกิจพลังงานเองยังเคยบอกว่า ในอดีตไม่เคยมีการกำหนดให้ต้องเขียนรายงานในรายละเอียดที่ยิบย่อยขนาดนี้มาก่อน ทำให้เกิดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในเชิงธุรการได้ง่าย"

ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในเรื่องของขั้นตอนต่อจากนี้ จะต้องรอผลสอบสอบสวนจาก DSI ให้แล้วเสร็จก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวเกิดจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรม DSI ได้ให้ข้อมูลว่า กรมฯ ได้สอบสวนคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการตรวจสอบเอกสารการขนส่งน้ำมัน โดยระบุว่า กรณีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่งในประเทศไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หลังกรมธุรกิจพลังงาน ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีจากความผิดปกติของใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือจำนวน 166 ฉบับ

โดยเอกสารดังกล่าวอยู่ในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 2569 พบว่า บางรายการไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่องกำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เนื่องจากไม่ระบุข้อมูลสำคัญครบถ้วน เช่น วันที่ออกเอกสาร เลขที่ใบกำกับการขนส่ง วันที่เดินทาง และระบบติดตามพาหนะ (SEAL) ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่ครบถ้วนของข้อมูลและความเสี่ยงในการนำเอกสารไปใช้ซ้ำ

ทั้งนี้ โรงกลั่นที่อยู่ในข่ายตรวจสอบประกอบด้วย บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว ยังไม่เข้าข่ายคดีกักตุนน้ำมัน แต่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ประกอบประกาศกรมธุรกิจพลังงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท โดยพนักงานสอบสวนจะพิจารณาเป็นรายกรรม เนื่องจากเอกสารแต่ละฉบับถือเป็นความผิดแยกกัน

ขณะนี้ ดีเอสไอมีข้อมูลเบื้องต้นแล้วประมาณ 70-80% และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนเสนอที่ประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อพิจารณามีมติออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า