วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

การรถไฟฯ เปิด 5 เงื่อนไขเลิกสัญญา 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' โยน กพอ.ตัดสิน

การรถไฟฯ เปิด 5 เงื่อนไขเลิกสัญญา 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' โยน กพอ.ตัดสิน

การรถไฟฯ เปิด 5 เงื่อนไขเลิกสัญญา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ย้ำต้องดำเนินการภายใต้กรอบสัญญาร่วมลงทุนกำหนด รวมทั้งเอกชนต้องชดเชยค่าเวนคืนที่ดิน ตามที่ภาครัฐได้เริ่มดำเนินการก่อนแล้ว ยันผลหารือร่วมระหว่างรัฐและเอกชน “เอเชีย เอรา วัน” ยังยืนยันพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ โยนเป็นอำนาจ กพอ.ตัดสิน

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยระบุว่า จากการหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) รฟท. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ได้รับการยืนยันจากทางภาคเอกชนว่ายังพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการนี้

ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุก่อนหน้านี้ว่า หากเอกชนคู่สัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัจจัยสงคราม ราคาน้ำมัน ค่าวัสดุ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ และเห็นว่าทำต่อไม่ไหวอยากขอยกเลิกสัญญาก็เสนอมาได้นั้น คงต้องมีการหารือในรายละเอียดของกฎหมายว่าจะเข้าเกณฑ์ใช้พระราชบัญญัติ (พรบ.) ฉบับใดในเงื่อนไขเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) จะเป็นผู้พิจารณา

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขของการบอกเลิกสัญญาที่ระบุไว้ใช้สำหรับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ปัจจุบันยังยึดตามข้อกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนฉบับเดิม ซึ่งระบุไว้ 5 ส่วน ประกอบด้วย

1. เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาสัมปทาน 50 ปี ก็จะสิ้นสุดสัญญา

2. ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ไม่เรียบร้อย หรือการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น

3. เหตุสุดวิสัยที่ส่งผลต่อโครงการ

4. ความผิดที่เกิดขึ้นจากฝ่ายเอกชน หรือความผิดของฝ่ายภาครัฐ

5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล

ดังนั้นปัจจุบันถือว่ายังไม่มีตัวเลือกอื่นให้เอกชนในการบอกเลิกสัญญา นอกเหนือไปจากสิ่งที่ระบุไว้ในสัญญาเดิมเท่านั้น ส่วนจะเป็นการตีความว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโครงการนี้ จะเป็นเหตุสุดวิสัย ที่จะสามารถนำไปสู่การแก้ไขสัญญาได้หรือไม่ เรื่องนี้ต้องไปจบที่อำนาจของ กพอ.เป็นผู้พิจารณา แต่ท้ายที่สุดหากมีการบอกเลิกสัญญา จะต้องมีการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนไปแล้ว โดยในส่วนของภาครัฐปัจจุบัน รฟท. ได้ดำเนินการจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินไปแล้ว ถือเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาในโครงการร่วมลงทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน สืบเนื่องมาจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด ทำให้เอกชนยื่นขอรับการเยียวยาจากรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเยียวยาผลกระทบ ทั้งข้อเสนอส่วนของการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) ให้ปรับจากสัญญาเดิมจ่ายงวดเดียว 10,671 ล้านบาท เป็นจ่าย 7 งวด เป็นรายปีจำนวนเท่าๆ รวมทั้งยังปรับวิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการจากเดิมกำหนดจ่ายตามงวดงาน ตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างเป็นรูปแบบ “สร้างไปจ่ายไป” ทำให้รัฐต้องจ่ายค่าสนับสนุนงานโยธาเร็วขึ้น

โดยสถานะของการปรับเงื่อนไขการร่วมลงทุนดังกล่าว ทำให้ รฟท. และเอกชนคู่สัญญาต้องเจรจาในรายละเอียดเพื่อปรับแก้สัญญาฉบับใหม่ โดยสถานะปัจจุบันได้หารือร่วมกันหลายครั้ง รวมทั้งเสนอร่างสัญญาฉบับใหม่ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาแล้ว แต่นโยบายของกระทรวงคมนาคมในขณะนี้ ยืนยันต้องไม่แก้สัญญาร่วมลงทุน โดยเฉพาะในหลักการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจ่ายเงินสนับสนุนจากรัฐ และหากเอกชนเดินหน้าต่อไม่ไหวจะเสนอเลิกสัญญาได้

สำหรับการหารือร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง สกพอ. รฟท. และกลุ่มซีพี ได้หารือถึงปัญหา และแจ้งต่อเอกชนคู่สัญญาถึงเงื่อนไขที่จะตามมาหากยกเลิกสัญญา อีกทั้งหากยกเลิกสัญญาโครงการจำเป็นต้องเปิดประมูลใหม่ และทำให้ภาครัฐต้องเสียโอกาสมากขึ้น ซึ่งเอกชนคู่สัญญา ยืนยันพร้อมลงทุนโครงการ และขอกลับไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ เพื่อเร่งเสนอเพิ่มเติม ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าการประชุม กพอ. ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ จะมีการรายงานความคืบหน้าของโครงการนี้