รัฐบาลเดินหน้าอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยใช้วงเงินงบประมาณ 1.75 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น การเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนทั่วไปจะได้รับ "สิทธิ 60/40" เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายรองรับประชาชนถึง 43 ล้านคน ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ารูปแบบของโครงการนี้มีความคล้ายคลึงหรือแตกต่างจากโครงการในอดีตอย่าง "คนละครึ่งพลัส" อย่างไร
"กรุงเทพธุรกิจ" ได้สรุปและเปรียบเทียบ 5 จุดแตกต่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดและเป้าหมายของภาครัฐที่เปลี่ยนไป ดังนี้
5 จุดต่างสำคัญ 60/40 vs คนละครึ่งพลัส
1. เปลี่ยนเป้าหมายมุ่ง "เยียวยา" ไม่ใช่ "กระตุ้นเศรษฐกิจ"
โครงการ 60/40 ถูกออกแบบมาภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยเฉพาะ ในขณะที่โครงการคนละครึ่งพลัสในอดีต ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างเงินหมุนเวียนในช่วงปลายปี
2. ขยับเกณฑ์อายุผู้มีสิทธิเป็น 18 ปีบริบูรณ์ จากเดิม 16 ปี
สืบเนื่องจากวัตถุประสงค์ที่เน้นการ "เยียวยา" ภาครัฐจึงได้ปรับเกณฑ์อายุขั้นต่ำของผู้เข้าร่วมโครงการจาก 16 ปี เป็น 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน โดยมองว่ากลุ่มเยาวชนอายุ 16 ปี ส่วนใหญ่ยังไม่มีภาระค่าครองชีพที่ต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง
4. ตัดสิทธิกลุ่มร้านเสริมความงามและสปา
เพื่อคุมเข้มให้เม็ดเงินพุ่งเป้าไปที่การยังชีพ โครงการ 60/40 จึงมีการเพิ่มเงื่อนไข ยกเว้น การนำไปใช้จ่ายในร้านนวด สปา ทำผม และทำเล็บ โดยเน้นให้ใช้จ่ายผ่านร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะเท่านั้น
5. ขยายเพดานผู้รับสิทธิเพิ่มเป็น 30 ล้านคน
เพื่อให้มาตรการบรรเทาค่าครองชีพครอบคลุมประชาชนทุกคนที่เดือดร้อน รัฐบาลได้เพิ่มจำนวนโควตาผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 20 ล้านคนในโครงการคนละครึ่งพลัส ขยายเป็น 30 ล้านคน สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่มีการแบ่งกลุ่มผู้ที่เคยยื่นแบบภาษี
สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม
แม้จะมีรายละเอียดที่ปรับเปลี่ยนไปหลายส่วน แต่โครงการ 60/40 ยังคงรักษากลไกเดิมไว้ 2 ประการ ได้แก่
- เพดานการอุดหนุนจากรัฐ กำหนดช่วยเหลือสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
- ช่องทางการใช้จ่าย ต้องดำเนินการลงทะเบียนและสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet)
ไทม์ไลน์และเงื่อนไข "สิทธิ 60/40" ที่ต้องรู้
ผู้ที่ต้องการรับสิทธิวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 4 เดือน รวม 4,000 บาท จะต้องเตรียมตัวลงทะเบียนใหม่ทุกคน โดยมีกำหนดการและเงื่อนไข ดังนี้
วันลงทะเบียน: เปิดรับลงทะเบียนวันที่ 25 - 29 พ.ค. 2569 ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"
ระยะเวลาใช้สิทธิ: 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 ใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น.
เริ่มใช้ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่: 15 มิ.ย. - 30 ก.ย.2569
ทั้งนี้ วงเงินอุดหนุน 1,000 บาทต่อเดือน ต้องใช้จ่ายให้หมดภายในเดือน จะไม่มีการสมทบไปเดือนถัดไป
คุณสมบัติผู้สมัคร
- สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ยึดฐานข้อมูล ณ 18 พ.ค. 2569)
- ไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งในอดีต

