ครม.ไฟเขียว “ไทยช่วยไทยพลัส” อุดหนุนค่าครองชีพประชาชน 43 ล้านคน ให้เดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน เริ่ม 1 มิ.ย.-30 ก.ย.69
รัฐบาลเคาะมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" เพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยตั้งเป้าอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569
โครงการดังกล่าวแบ่งรูปแบบการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก เพื่อให้การกระจายรายได้และการประคองค่าครองชีพเป็นไปอย่างตรงจุด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนเป้าหมาย 13.18 ล้านคน
สำหรับกลุ่มเปราะบางที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลจะให้การอุดหนุนแบบเต็มจำนวน โดยมอบวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะ ได้รับสิทธิทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ สามารถนำวงเงินดังกล่าวไปใช้สิทธิซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าประชารัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569
นอกเหนือจากวงเงินช่วยเหลือพิเศษนี้แล้ว กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงได้รับสิทธิ "ประชารัฐสวัสดิการ" ตามปกติ เพื่อเป็นฐานรากในการรองรับค่าครองชีพพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย
- วงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
- วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน
- มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน และค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
- เบี้ยความพิการเพิ่มเติม สำหรับผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน 200 บาท/เดือน
2. กลุ่มคนทั่วไปผ่าน "สิทธิ 60/40" (เป้าหมาย 30 ล้านคน)
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลได้เตรียมโควตาไว้รองรับถึง 30 ล้านคน ภายใต้แคมเปญ "สิทธิ 60/40" ซึ่งจะได้รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือนเช่นกัน แต่จะมาในรูปแบบที่รัฐบาลสนับสนุน 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% โดยกลุ่มนี้ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน ระหว่างวันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน "สิทธิ 60/40"
- มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (อ้างอิงตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569)
- ไม่เคยเป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5 และโครงการคนละครึ่งพลัส
เงื่อนไขการใช้จ่าย
ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet) ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ของวันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 โดยสามารถใช้ร่วมจ่าย 60/40 ได้กับร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทาง, รถสามล้อ, รถจักรยานยนต์รับจ้าง ยกเว้น การนำไปใช้จ่ายในร้านนวด สปา ทำเล็บ และทำผม
ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "สิทธิ 60/40" ร้านค้าเดิมที่เคยร่วมโครงการของรัฐสามารถกดยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชันได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 30 ก.ย. 2569 ส่วนร้านค้าใหม่จะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569 ซึ่งคาดว่าการอัดฉีดเม็ดเงินผ่านทั้ง 2 กลุ่มเป้าหมายนี้ จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 4 เดือนข้างหน้า

