วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

BKD เสริมทัพทีมบริหาร พร้อมลุยประมูลงานรัฐ-เอกชนปีนี้ 2 พันล้าน

BKD เสริมทัพทีมบริหาร พร้อมลุยประมูลงานรัฐ-เอกชนปีนี้ 2 พันล้าน

BKD เสริมทัพบริหาร ลุยประมูลงานปีนี้ 2 พันล้านบาท นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเสริมศักยภาพธุรกิจ ทั้งการผลิตชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ ระบบติดตามความคืบหน้าโครงการเรียลไทม์

บริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) หรือ BKD แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง แต่งตั้งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โดยแต่งตั้ง นายนิธิวัชร์ ทิพย์อัครยอด ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2569  

นายนิธิวัชร์ ทิพย์อัครยอด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเตรียมเดินหน้านำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เสริมศักยภาพการดำเนินงาน ทั้งในด้านการผลิตและระบบติดตามความคืบหน้าโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า 

รวมทั้งสนับสนุนการขยายตัวของผลการดำเนินงาน และการรับงานใหม่ในอนาคต โดยภายในปีนี้บริษัทเตรียมที่จะเข้าประมูลงานโครงการภาครัฐและเอกชนมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog มูลค่างานรวม 531.92 ล้านบาท รับรู้รายได้แล้ว 230.15 ล้านบาท และยังเหลืองานที่รอรับรู้รายได้อีก 301.76 ล้านบาท

“ปีนี้ภาพรวมธุรกิจรับเหมาตกแต่งภายในยังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม โรงพยาบาลและโรงเรียนยังมีการเติบโตที่โดดเด่น มีงานรอประมูลอีกมาก ขณะที่งานโครงการภาครัฐก็ยังมีต่อเนื่อง ซึ่ง BKD พร้อมทุกด้านทั้งเรื่องฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง คุณภาพการให้บริการเป็นที่ยอมรับของลูกค้า” นายนิธิวัชร์ กล่าว 

สำหรับด้านการผลิต บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในจากโรงงานก่อนนำไปติดตั้งในพื้นที่จริง หรือ Prefab ให้ครบ 100% ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนการผลิตจากโรงงานไม่ต่ำกว่า 70% ของแต่ละโครงการ

BKD เสริมทัพทีมบริหาร พร้อมลุยประมูลงานรัฐ-เอกชนปีนี้ 2 พันล้าน

นายนิธิวัชร์ กล่าวต่อว่า เทคโนโลยี Prefab ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทในระยะต่อไป เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาการทำงาน ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิตได้แม่นยำขึ้น รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและวินัยในการทำงาน

นอกจากนี้ การผลิตจากโรงงานยังช่วยยกระดับคุณภาพของงานเฟอร์นิเจอร์ให้มีความหรูหรา แข็งแรงและทนทาน โดยทุกชิ้นส่วนผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และใช้วิธีประกอบแบบเรียบเนียนยึดข้อต่อภายใน ซึ่งจะทำให้งานมีความเรียบร้อยและดูสวยงามมากขึ้น

ส่วนนวัตกรรมด้านการตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าของโครงการระบบนี้จะมองเห็นความคืบหน้างานได้เรียลไทม์ และช่วยให้บุคลากรทุกระดับเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความผิดพลาดจากการสื่อสารภายในองค์กร ลดต้นทุนการผลิตที่อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล

“การพัฒนาระบบดังกล่าวใช้งบประมาณไม่สูง เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้รับ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือ Efficiency เป็นหลัก เนื่องจากเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้ภายในองค์กรโดยเฉพาะ จึงเลือกพัฒนาร่วมกับทีมแทนการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทั่วไป เพื่อให้ระบบตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของบริษัทได้อย่างแม่นยำ“นายนิธิวัชร์ กล่าว