วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'บางจาก’ ลุยพลังงานอนาคต ผลิตเชิงพาณิชย์‘ น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน’

'บางจาก’ ลุยพลังงานอนาคต ผลิตเชิงพาณิชย์‘ น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน’

กลุ่มบริษัทบางจากขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานมามากกว่า 40 ปี โดยที่ผ่านมาได้ผลักดันพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง โดยปี 2543 เริ่มโครงการผลิตไบโอดีเซล รวมถึงริเริ่มรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อผลิตไบโอดีเซล จากนั้นในปี 2559 ขยายธุรกิจสู่การผลิตเอทานอล

ล่าสุดกลุ่มบริษัทบางจากบุกเบิกธุรกิจ Neat SAF รายแรกของประเทศเมื่อปี 2568 ต่อยอดจากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วและวัตถุดิบอื่น เพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ stand-alone แห่งแรกของประเทศในพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง

ทั้งนี้ เป็นการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นอีกแนวทางในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตบนแนวทาง BCG Economy

กลุ่มบริษัทบางจาก เริ่มผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในไทยจากหน่วยผลิต HEFA-SPK SAF หรือ Hydroprocessed Esters and Fatty Acids Synthetic Paraffinic Kerosene ซึ่งเป็น SAF ที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว แบบ Stand Alone แห่งแรกของไทยที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง 

ทั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต ร่วมขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero รองรับการเติบโตของตลาดเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำในประเทศและระดับสากล และพร้อมส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศครั้งแรก 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หน่วยผลิต SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งหลายภาคส่วนสนใจและรอคอยมานานได้ก่อสร้างเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้ว จากการบุกเบิกและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งระบบจนเป็นโรงงานระดับมาตรฐานสากลเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต

นอกเหนือจากการก่อสร้างหน่วยผลิต SAF ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แล้ว กลุ่มบริษัทบางจากสร้างระบบนิเวศด้านน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ต่อเนื่อง ครอบคลุมการรวบรวม การจัดการวัตถุดิบ การแปรรูปเป็น SAF และ Renewable Diesel (Hydrogenated Vegetable Oil: HVO) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงดีเซลชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนทั้งความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืนด้านพลังงาน แม้หลายประเทศยังไม่ได้กำหนดนโยบายสนับสนุนการใช้ SAF อย่างชัดเจน

'บางจาก’ ลุยพลังงานอนาคต ผลิตเชิงพาณิชย์‘ น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน’

เตรียมส่งออกน้ำมัน SAF

กลุ่มบริษัทบางจากจะส่งออก SAF ให้ผู้ซื้อระดับโลกเป็นครั้งแรกวันที่ 19 พ.ค.2569 สะท้อนความพร้อมของไทยในการก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงการบินยุคใหม่ระดับสากล ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการรับรอง และโครงสร้างพื้นฐาน 

นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดจากผู้บุกเบิกพลังงานทดแทนของไทยเป็นผู้นำพลังงานแห่งอนาคต พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทบางจากในการเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Greenovation ภายใต้วิสัยทัศน์ “รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว”

สำหรับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทด้านพลังงานชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก ดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศทั่วโลก มีโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่ประกอบด้วย 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้

1.กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ (Refinery, Marketing and Biofuels) บริหาร 2 โรงกลั่นน้ำมันระดับโลก โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา กำลังการกลั่นรวม 300,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเครือข่ายการตลาดทั่วประเทศ 

รวมทั้งขยายกำลังการผลิตโรงงานผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์จากชีวภาพ และกำลังการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

2.กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (Upstream) ดำเนินธุรกิจแหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ผ่านการลงทุนใน OKEA ASA ในประเทศนอร์เวย์ พร้อมขยายการเข้าถึงแหล่งพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

'บางจาก’ ลุยพลังงานอนาคต ผลิตเชิงพาณิชย์‘ น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน’

ขับเคลื่อนพัฒนาพลังงานสะอาด

3.กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน (Power and Infrastructure) ขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานสะอาด และรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และสาธารณูปโภค

4.กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน (Trading) เสริมศักยภาพในการต่อยอดห่วงโซ่อุปทาน ขยายสู่ตลาดโลกผ่านการซื้อขายพลังงานแบบมีสินทรัพย์รองรับ (Asset-Backed Trading)

5.กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ (New Businesses and Holdings) มุ่งสร้างการเติบโตสู่อนาคตผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และด้านนวัตกรรม รวมทั้งมีสถาบันเทคโนโลยีนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับเทคโนโลยีและการเติบโตของธุรกิจใหม่ระยะยาว

นอกจากนี้ บางจากฯ ร่วมก่อตั้ง Carbon Markets Club (CMC) เพื่อสนับสนุนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและสร้างความตระหนักรู้ด้านวิกฤติสภาพภูมิอากาศ และต่อยอดระดับภูมิภาคด้วยการเป็นหนึ่งในผู้ลงนามในกรอบความร่วมมืออาเซียน (ASEAN Common Carbon Framework) เพื่อให้เกิดตลาดคาร์บอนเชื่อมโยงกันได้ และบางจากฯ ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ปี 2050