วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล จี้รัฐบริหารสต๊อกปาล์ม-กำหนดแผนใช้พลังงาน

สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล จี้รัฐบริหารสต๊อกปาล์ม-กำหนดแผนใช้พลังงาน

สมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล เสนอรัฐบริหารสต๊อกปาล์ม-กำหนดแผนใช้พลังงานทดแทนให้ชัด สร้างความพร้อมรับมือวิกฤติ

บนเวทีเสวนาโต๊ะกลม “The BIG Issue Energy Crisis New Resolutions: ทางออกวิกฤติพลังงานอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 นายศาณินทร์ ตริยานนท์ ตัวแทนจากสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล ได้ขึ้นกล่าวสะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานชีวภาพของประเทศไทย

นายศาณินทร์ ระบุว่า การส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างไบโอดีเซลมีประโยชน์ที่ชัดเจนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศ โดยประเทศไทยมีความได้เปรียบอย่างมากเนื่องจากเป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอันดับ 3 ของโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถผลิตได้เกือบ 4 ล้านตัน แบ่งเป็นการบริโภคกว่า 1 ล้านตัน นำไปผลิตไบโอดีเซล (B5) ประมาณ 900,000 ตัน และส่งออกได้อีกกว่า 1.5 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชเกษตรที่มีผลผลิตตามฤดูกาล ความท้าทายจึงอยู่ที่การบริหารจัดการสต๊อกในช่วงที่มีผลผลิตมากและน้อยให้เกิดความสมดุล นายศาณินทร์ เสนอเป้าหมายหลัก 3 ประการต่อภาครัฐ ดังนี้

1. บริหารสต๊อกปาล์มน้ำมันดิบให้เหมาะสม เพื่อให้ราคาอิงตามตลาดโลก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หากรัฐบริหารจัดการสต๊อกได้ไม่ดี จะส่งผลให้ราคาปาล์มในประเทศพุ่งสูงกว่าราคาตลาดโลกมาก ซึ่งส่วนต่างราคาที่สูงเกินความจำเป็นนี้ ทำให้กองทุนน้ำมันต้องควักเงินจ่ายชดเชยไปหลายหมื่นล้านบาทอย่างสูญเปล่า รัฐบาลจึงควรบริหารสต๊อกให้เหมาะสมตลอดทั้งปี เพื่อให้ระดับราคาในประเทศเทียบเคียงกับตลาดโลกอย่างสม่ำเสมอ

2. ดูแลโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมต่อเกษตรกร รัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้โครงสร้างราคาสะท้อนผลประโยชน์ไปถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริงและเป็นธรรม โดยต้องไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาเปรียบในห่วงโซ่อุปทานนี้ รวมถึงต้องหาแนวทางติดอาวุธให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้ในภาวะที่ราคาตลาดโลกตกต่ำ

3. กำหนดฐานปริมาณการใช้พลังงานทดแทนที่สม่ำเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ไทยมีการใช้ไบโอดีเซล (B5) ประมาณ 3 ล้านกว่าลิตรต่อวัน จากกำลังการผลิตรวมของทั้งประเทศที่ 11.2 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นการใช้กำลังการผลิตเพียงกว่า 20% ที่ผ่านมาเมื่อเกิดวิกฤติพลังงานและรัฐต้องการเร่งดึงกำลังการผลิตไบโอดีเซลขึ้นมา อุตสาหกรรมกลับเผชิญภาวะสะดุดไม่สามารถเร่งการผลิตได้ทันที

สาเหตุของปัญหาดังกล่าวเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ โรงงานหลายแห่งหยุดเดินเครื่องมานานจนไม่มีพนักงาน และปัญหาการขาดแคลน "เมทานอล" ซึ่งเป็นสารเคมีสำคัญที่ไทยต้องนำเข้า 100% โดยในช่วงวิกฤติ ผู้ผลิตเมทานอลในต่างประเทศมักจะเลือกส่งของให้กับลูกค้ารายใหญ่ก่อน อย่างประเทศอินโดนีเซีย ที่ใช้ B40 และกำลังจะไป B50 หรือมาเลเซียที่ใช้ B15 ค่อยส่งให้ประเทศไทยที่มีความต้องการใช้น้อยและไม่สม่ำเสมอ

ดังนั้น รัฐบาลกำหนดนโยบายและฐานปริมาณการใช้พลังงานทดแทนในประเทศที่ชัดเจน เพื่อให้อุตสาหกรรมไบโอดีเซลได้มีการเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนการซ้อมวิ่งเบาๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีความพร้อมและสามารถสปรินต์ออกตัวได้ทันทีโดยไม่สะดุดเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางพลังงาน