วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ภานุรัช' ชู 'Geothermal-SMR' พลิกโฉม Clean Baseload รับเทรนด์ Data Center

'ภานุรัช' ชู 'Geothermal-SMR' พลิกโฉม Clean Baseload รับเทรนด์ Data Center

นายภานุรัช ดํารงไทย ผู้เชียวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก กล่าวในงานสัมมนาในรูปแบบ Round Table หัวข้อ THE BIG ISSUE ENERGY CRISIS NEW SOLUTIONS ทางออกวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน จัดโดย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานอีกหลายด้านที่ยังไม่ได้รับการขยับขยายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะทรัพยากรที่อยู่ใต้ดินซึ่งจากการไปปฏิบัติงานในต่างประเทศพบว่าไทยสามารถทำได้อีกมาก โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้าง Clean Baseload หรือโรงไฟฟ้าฐานที่สะอาดเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต 

นายภานุรัช กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย (LCOE) นั้น แม้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) จะมีต้นทุนที่ถูกในช่วง 30-70 หน่วย แต่มีข้อจำกัดด้านเวลาผลิตที่ทำได้เพียงประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน

ทั้งนี้ หากประเทศไทยต้องการผลักดันให้เป็นศูนย์กลาง Data Center ซึ่งต้องการไฟฟ้าที่เสถียรมากตลอด 24 ชั่วโมง การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวจะไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากต้องติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มถึง 6 เท่าและต้องมีระบบกักเก็บพลังงาน (Battery) อีก 20 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นทันทีจนกลายเป็นของแพง 

'ภานุรัช' ชู 'Geothermal-SMR' พลิกโฉม Clean Baseload รับเทรนด์ Data Center

ดังนั้น ทางออกที่ยั่งยืนคือการมุ่งเน้นไปที่ Clean Baseload ซึ่งมีตัวเลือกสำคัญ 3 ประการ คือ

1. พลังงานความร้อนใต้ภพ (Geothermal) โดยเฉพาะระบบหินร้อนแห้ง (Hot Dry Rock) ที่สามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะเป็นเรื่องยากแต่มีความเป็นไปได้สูงในไทย 

2. พลังงานนิวเคลียร์ ทั้งในรูปแบบโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และเตาปฏิกรณ์ปรมาณูแบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) 

3. พลังงานชีวมวล (Biomass) หากสามารถบริหารจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรหรือขยะมาผลิตไอน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ต่อประเด็นคำถามเรื่องการใช้เงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นายภานุรัช กล่าวว่า ใจจริงไม่อยากให้ใช้เลย เพราะเสียดายเงิน แต่หากจำเป็นต้องใช้ ควรนำไปสนับสนุนในรูปแบบของเงินกู้หรือการอุดหนุนการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่ใช้เงินลงทุนสูง (CAPEX) แต่มีค่าเชื้อเพลิงต่ำ เช่น นิวเคลียร์หรือพลังงานความร้อนใต้ภพ 

ทั้งนี้ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาการให้ Tax Reduction หรือการลดภาษีสำหรับผู้ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เหมือนตัวอย่างในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ที่รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนก้อนแรก 30% จนทำให้เกิดโครงการพลังงานความร้อนใต้ภพขนาด 1,000 เมกะวัตต์ได้สำเร็จ  พร้อมเตือนว่าอย่านำเงินไปใช้แบบผสมผสานอย่างไร้ทิศทาง เพราะกังวลว่าจะเกิดโครงการโซลาร์เกษตร ที่สุดท้ายอาจกลายเป็นเพียงเสาไฟทิ้งร้าง 

ในส่วนของความมั่นคงทางพลังงานฟอสซิล นายภานุรัช มองว่า ไทยยังมีโอกาสในอ่าวไทย ที่จะเก็บก๊าซบางส่วนที่ยังไม่ได้เจาะออกมา รวมถึงศักยภาพของก๊าซในชั้นหินดินดาน (Shale Gas) ในภาคอีสาน ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้า LNG และทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าถูกลงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อน หรือน้ำลึกนั้น ยังมีความเสี่ยงและต้นทุนสูงมาก จึงไม่ควรรีบร้อนในขณะนี้

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก คาดการณ์ว่า ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวในระดับบวกหรือลบ 10 ดอลลาร์ ซึ่งปริมาณน้ำมันสำรองในโลกยังมีอยู่อีกมหาศาล แต่มีการเจตนาไม่ให้นำออกมาใช้เพื่อพยุงราคา 

"การวางแผนระยะสั้น กลาง และยาวของไทย ต้องมองทรัพยากรในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก หากขาดองค์ความรู้เราสามารถดึงผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมาช่วยพัฒนาได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำให้การผลิตไฟฟ้ามีความยั่งยืนและสอดคล้องกับสัดส่วนการใช้น้ำมันที่ลดลงในอนาคต" นายภานุรัช กล่าว