“กรมการขนส่งทางราง” เผยผลตรวจกล่องดำ เหตุรถไฟชนรถเมล์ พบคนขับลงเบรกฉุกเฉินก่อนถึงจุดปะทะเพียง 100 เมตร สั่งพักงานคนขับรถไฟ - พนักงานคุมไม้กั้น เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ผลการตรวจกล่องดำ จากเหตุขบวนรถสินค้าที่ 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง – บางซื่อ) ซึ่งชนกับรถประจำทาง ระหว่างสถานีคลองตัน - มักกะสัน บริเวณทางผ่านเสมอระดับรถไฟ-รถยนต์ แยกอโศก – ดินแดง ( รถไฟชนรถเมล์ ) เบื้องต้นพบว่า ขบวนรภไฟใช้ความเร็วก่อนชน 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลงเบรกฉุกเฉิน (emergency brake) ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 100 เมตร
โดยการลงเบรกฉุกเฉินเพื่อหยุดขบวนรถไฟ โดยเฉพาะขบวนบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์น้ำหนักนับพันตัน ต้องใช้ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตรในการเบรก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดรถได้ทัน ทำให้ขณะถึงจุดปะทะขบวนรถไฟยังมีความเร็วอยู่ที่ 28 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเบรกลากไป 80 เมตร จึงหยุดความเร็ว โดยยืนยันได้ว่าเหตุการณ์นี้ระบบอาณัติสัญญาณไม่ได้ผิดปกติ ไม้กั้นไม่สามารถลงกั้นการจราจรได้ คนขับรถไฟควรจะหยุด แต่ลงเบรกฉุกเฉินช้าเกินไป
อย่างไรก็ดี กรมการขนส่งทางราง ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้ให้บริการระบบรางทุกราย จัดให้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติด และวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับพนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่ และควบคุมการเดินรถ รวมถึงพนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทุกคนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด เช่น คนคุมไม้กั้น และพนักงานสับเปลี่ยนราง เป็นต้น โดยใช้มาตรการ Zero Tolerance (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น)
ทั้งนี้ ในส่วนของพนักงานขับรถไฟขบวนเกิดเหตุดังกล่าว จากการตรวจสอบยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง จึงได้สั่งให้ รฟท. ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟ และพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไร

