การลงทุนใน “คน” เป็นอีกข้อเสนอของภาคเอกชนบนเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่รัฐบาลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับฟังความเห็นของบรรดาซีอีโอในประเทศไทย
ที่รัฐบาลรับจะดำเนินการเพื่อยกระดับประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะ (Up-skill) แรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจรัฐบาล ที่จะสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งรัฐบาลมุ่งเป้าที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่
รวมทั้งมีแผนต่อยอดจากฐาน Data Center ไปสู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ซึ่งเป็นหัวใจของ AI ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค โดยแนวทางดังกล่าวต้องพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศ
CEO ที่เข้าร่วมแสดงความเห็นบนเวทีดังกล่าวหลายคนมีข้อเสนอตรงกันถึงการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้รองรับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการเปิดโอกาสให้บุคลากรทักษะสูงจากต่างประเทศมาทำงานในไทย
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ไทยกำลังเผชิญโอกาสครั้งสำคัญท่ามกลางวิกฤติความขัดแย้งของโลกทั้งสงครามการค้า และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลทะลักเข้าอาเซียน และไทย
ทั้งนี้ ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนามทำให้ต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ประเทศเร่งด่วน โดยมีข้อเสนอ 4 เสาหลักเพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และทำให้ไทยคว้าโอกาสไว้ได้ ประกอบด้วย
1.โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) แม้ปัจจุบันไทยจะมีพื้นฐานที่ดี แต่ต้องยกระดับสู่ Green Infrastructure โดยเฉพาะพลังงานสะอาดเพื่อรองรับ Data Center และการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ให้ทันสมัยรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่
2.กำลังคน (Workforce) เน้นการสร้างคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve / New S-curve) และเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่เน้นการใช้ความรู้ โดยต้องเร่ง Upskill และ Reskill แรงงานในตลาดให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงการดึงดูดกลุ่ม Talent จากต่างประเทศ
3.กฎระเบียบ (Regulations) ภาครัฐต้องทำงานให้รวดเร็วขึ้น ปรับลดอุปสรรคทางกฎหมาย และมอบสิทธิประโยชน์ที่ดึงดูดใจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
4.การวางตำแหน่งประเทศ (Repositioning) ไทยต้องกำหนดบทบาทตัวเองใน Global Supply Chain ให้ชัดเจน เพื่อสร้างโอกาส และการต่อยอดความเชื่อมโยง (Connectivity) ไปยังกลุ่ม SME ในประเทศ
“ศุภชัย” เสนอยกระดับการศึกษาครั้งใหญ่
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ และในฐานะประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหาร Arise Ventures Group มีข้อเสนอต่อรัฐบาลหลายมิติ โดยมองว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ต้องเร่งสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาคน เพื่อให้ไทยแข่งขันได้ในโลกยุค AI และภูมิรัฐศาสตร์ใหม่
นายศุภชัย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดคือ “การสร้าง Startup Ecosystem และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” โดยไทยควรสนับสนุน Seed Fund และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองไอเดียใหม่ เพื่อสร้างธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ของประเทศในอนาคต
พร้อมเร่งยกระดับระบบการศึกษาไทยครั้งใหญ่ ผ่านการบรรจุหลักสูตรด้าน AI, Computing Science และ Digital Technology เป็นวิชาพื้นฐานตั้งแต่ระดับต้น ควบคู่การปลูกฝังเรื่องธรรมาภิบาลด้าน AI และการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ
“วันนี้ไทยมีนักศึกษาปริญญาตรีกว่า 2 ล้านคน และมีนักเรียนในระบบการศึกษาพื้นฐานกว่า 9 ล้านคน หากยกระดับทักษะด้าน AI และเทคโนโลยีให้กับคนรุ่นใหม่ได้ ประเทศไทยจะก้าวกระโดดด้านทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล” นายศุภชัย กล่าว
พร้อมกันนี้ เสนอให้ไทยเร่งสร้าง Cloud Platform และ Digital Infrastructure ที่ช่วยคัดกรองเนื้อหาไม่เหมาะสม และสนับสนุน Creative Content เพื่อให้เด็ก และเยาวชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีทั่วถึง รวมถึงการยกระดับสายอาชีวศึกษาให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอนาคต
แนะดึงคนเก่งต่างประเทศมาทำงานไทย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ นายศุภชัย เสนอคือ การดึงดูดบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก โดยมองว่าไทยมีศักยภาพสูงในการเป็น “Global Talent Destination” ดึงดูดบุคลากรในด้านที่ไทยขาดแคลน เพื่อมาสร้างขีดความสามารถให้ไทย
รวมทั้งมานำเทคโนโลยีใหม่หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่ขาดแคลน หรือธุรกิจแห่งอนาคตที่มาสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยหากออกแบบแรงจูงใจที่เหมาะสม ทั้งด้านภาษี คุณภาพชีวิต ระบบนิเวศด้านนวัตกรรม และโอกาสในการทำงาน
“ไทยมีจุดแข็งทั้งเรื่องอาหาร การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกชื่นชอบ หากมีระบบรองรับที่เหมาะสม ไทยสามารถดึง Talent ระดับโลกเข้ามาได้จำนวนมากในระยะยาว” นายศุภชัย กล่าว
พร้อมเสนอว่า การดึงดูดบุคลากรที่มีองค์ความรู้ และทักษะขั้นสูงเข้าสู่ประเทศ จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย
โลกกำลังเข้าสู่ AI Government
ในด้านเทคโนโลยีได้เสนอประเด็นโลกกำลังก้าวจาก “Digital Government” ไปสู่ “AI Government” ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการบริหารประเทศรวดเร็ว โดยเอสโตเนียสามารถสร้างระบบ Digital ID และระบบนิเวศด้านนวัตกรรมระดับโลกได้ แม้มีประชากรเพียง 1.37 ล้านคน และหากทำสำเร็จประเทศไทยจะมี AI Government แทน E-Government เป็นแห่งแรกของโลก
นายศุภชัย มองว่า ไทยควรใช้โอกาสจากกระแสการลงทุนด้าน Data Center และ AI Infrastructure ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ด้วยการกำหนดเงื่อนไขให้บริษัท Hyperscaler ที่เข้ามาลงทุนในไทยต้องตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนา (R&D Center) เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย และร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงตั้งแต่ AI ไปจนถึง Semiconductor
พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนด้านภาษี เงินเดือนนักวิจัย และการจ้างงานบุคลากรไทยในสายเทคโนโลยีขั้นสูงคล้ายแนวทางสิงคโปร์ เพื่อดึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก งานวิจัย และ Talent เข้ามาไทย และผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษา วิจัย และเทคโนโลยีภูมิภาค
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

