'สิริพงศ์' ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางแยกมักกะสัน เผยยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 8 ราย บาดเจ็บอีก 32 ราย สั่ง รฟท. เร่งตรวจสอบพฤติกรรมคนขับ-ระบบอาณัติสัญญาณ ระงับการเดินรถเส้นทางผ่านแยกมักกะสันชั่วคราว
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงเหตุขบวนรถสินค้าที่ 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถประจำทาง สาย 206 ที่จอดคร่อมทางรถไฟ โดยระบุว่า ขณะนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นและได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โดยจากรายงานล่าสุด พบว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุรวมทั้งสิ้น 8 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถเมล์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและนิติเวชกำลังเร่งตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเพื่อยืนยันตัวตน ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวน 32 ราย กระจายตัวรักษาพยาบาลอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ส่วนที่เหลือมีอาการบาดเจ็บปานกลางและเล็กน้อย
อย่างไรก็ดีผู้บาดเจ็บอาจไม่ได้มีเพียงผู้โดยสารบนรถเมล์เท่านั้น แต่รวมถึงประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย ส่วนพนักงานขับรถเมล์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และพนักงานขับรถไฟได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นข้อสงสัยเรื่องไม้กั้นรถไฟที่ไม่ลงมากั้นขณะเกิดเหตุ ตามหลักการแล้วไม้กั้นต้องลงมาก่อน สัญญาณไฟจึงจะอนุญาตให้รถไฟวิ่งผ่านได้ แต่ในกรณีนี้ไม้กั้นกลับไม่ทำงาน ซึ่งถือเป็นความผิดปกติอย่างร้ายแรง โดยตนได้สั่งการให้ รฟท.นำกล่องดำ หรือตัวบันทึกข้อมูลการเดินรถไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อดูพฤติกรรมคนขับว่าใช้ความเร็วเท่าใด มีการชะลอรถหรือไม่
นอกจากนี้ยังได้ส่งมอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ทั้งของ กทม. และกล้องบริเวณตู้ควบคุมอุปกรณ์กั้นทางให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทางวิทยาศาสตร์ว่าความผิดพลาดเกิดจากจุดใดและใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
นายสิริพงศ์ ระบุด้วยว่า ผลกระทบต่อการเดินรถ ขณะนี้ได้สั่งระงับการเดินรถไฟในเส้นทางที่ผ่านแยกมักกะสันชั่วคราว ทำให้มีขบวนรถตกค้างอยู่ประมาณ 4 เที่ยวในวันนี้ เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุให้ครบถ้วนก่อนจึงจะเคลื่อนย้ายขบวนรถได้ ทั้งนี้ รฟท. จะพิจารณามาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ตกค้าง เช่น การคืนเงินค่าตั๋วหรือจัดหารถโดยสารสาธารณะทดแทน และจะเร่งคืนพื้นที่การจราจรให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดหลังจากตำรวจเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น
“การเยียวยาแม้เม็ดเงินจะไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่กระทรวงจะดูแลอย่างดีที่สุด เบื้องต้นในส่วนของ ขสมก. มีประกันภัยคุ้มครอง ซึ่งคาดว่าจะมีวงเงินเยียวยามากกว่า 1 ล้านบาทต่อราย และจะประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อติดตามอาการผู้บาดเจ็บในทุกโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด”

